Pages

Showing posts with label สุขภาพ. Show all posts
Showing posts with label สุขภาพ. Show all posts

Friday, October 2, 2020

อันตรายต่อสุขภาพ หากไม่ "ล้างแอร์" - Sanook

seserpeer.blogspot.com

แม้ว่าช่วงหน้าฝนอากาศจะไม่ร้อนอบอ้าวเหมือนหน้าร้อน แต่หลายบ้านยังคงเปิดแอร์กันทั้งกลางวันและกลางคืน ซึ่งหากใช้งานโดยไม่ดูแล ไม่ล้างแอร์ตามกำหนด ก็อาจจะส่งผลต่อสุขภาพได้ เพราะภายในแอร์นั้นก็มีความชื้นเป็นจำนวนมาก จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้

โรคควรระวังจากการอยู่ในห้องแอร์ และอันตรายจากการไม่ล้างแอร์

โรคลีเจียนแนร์ –เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อลีจิโอเนลลา โดยการสูดหายใจเอาเชื้อที่ปนเปื้อนอยู่ในละอองฝอยน้ำเข้าสู่ร่างกาย ส่วนอาการคือจะมีไข้ขึ้นสูง ไอ หนาวสั่น ลักษณะโรคลีเจียนแนร์จะเป็นชนิดแบบรุนแรง จึงมีภาวะปอดอักเสบด้วย ทำให้การหายใจล้มเหลวและมีอัตราการเสียชีวิตสูง

โรคไข้ปอนเตียก –สำหรับโรคไข้ปอนเตียก ก็เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อลีจิโอเนลลาเช่นกัน แต่ไม่รุนแรงเมื่อเทียบกับโรคลีเจียนแนร์ เพราะโรคไข้ปอนเตียกมักจะหายเองภายใน 2-5 วัน แม้จะไม่ได้รับการรักษา ส่วนลักษณะอาการจะคล้ายกับไข้หวัดใหญ่

โรคระบบทางเดินหายใจ – ห้องแอร์จะปิดประตูหน้าต่างสนิท ทำให้เชื้อโรคสามารถเจริญเติบโตได้ดี และหากอยู่ในห้องแอร์ที่เปิดอุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศา อากาศภายในห้องก็จะแห้งทำให้เซลล์ต่างๆ อย่างเซลล์เยื่อบุโพรงจมูกแห้งลงกว่าเดิมด้วย ดังนั้นผู้ที่อยู่ในห้องแอร์นานๆ จึงอาจจะป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจได้ เช่น หวัด ภูมิแพ้ เป็นต้น

คำแนะนำจากกรมอนามัย ควรล้างทำความสะอาดแอร์เมื่อไหร่?

แอร์แบบระบบรวม เมื่อไม่ได้ใช้ควรปล่อยน้ำทิ้งจากหอหล่อเย็นให้แห้ง หลังจากนั้นก็ทำความสะอาดและใช้น้ำยาที่ผสมคลอรีนที่มีความเข้มข้น 10 ppm เข้าไปที่ท่อผึงเย็นให้ทั่วถึง ทั้งระบบอย่างน้อย 3-6  ชั่วโมง แล้วรักษาระดับคลอรีนให้มีความเข้มข้นไม่น้อยกว่า 0.2 ppm โดยการทำความสะอาดหอหล่อเย็นอย่างน้อย 1-2 ครั้งต่อเดือน

แอร์ในห้องพัก ควรทำความสะอาดถาดรองทุกๆ 1-2 สัปดาห์ เพื่อไม่ให้มีตะไคร่เกาะและเมื่อเปิดแอร์ ควรสังเกตว่าอากาศที่ออกมาจากแอร์ มีกลิ่นเหม็นกลิ่นอับหรือไม่ หากมีกลิ่นในเบื้องต้นควรล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศที่อยู่ในแอร์ ด้วยน้ำสบู่หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค หากล้างทำความสะอาดแล้วกลิ่นไม่หาย ควรเรียกช่างเพื่อทำความสะอาดเต็มระบบ ซึ่งการล้างแอร์เต็มระบบควรล้างอย่างน้อยปีละครั้ง แต่หากใช้เป็นประจำควรล้างอย่างน้อย 6 เดือนต่อครั้ง เพราะนอกจากลดเชื้อโรคแล้ว ยังช่วยประหยัดไฟฟ้าได้อีกด้วย

ทั้งนี้ไม่ใช่แค่แอร์แบบระบบรวมและแอร์ในห้องพักเท่านั้นที่จะมีเชื้อโรค เพราะแอร์ในรถยนต์ก็เรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวมของฝุ่นละออง เป็นที่อยู่ของเชื้อโรค เชื้อรา เชื้อแบคทีเรียหลายชนิด ซึ่งแน่นอนว่าย่อมเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดังนั้นเพื่อสุขภาพอนามัยจึงควรล้างตู้แอร์รถยนต์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้งด้วยนั่นเอง

Let's block ads! (Why?)



"สุขภาพ" - Google News
October 03, 2020 at 12:00PM
https://ift.tt/3ioy5WQ

อันตรายต่อสุขภาพ หากไม่ "ล้างแอร์" - Sanook
"สุขภาพ" - Google News
https://ift.tt/2TYvbic

Thursday, October 1, 2020

อินเด็กซ์ปั้น "อัญยา เมดิเทค" จับคู่ รร.-รพ. รุกธุรกิจสุขภาพ - ประชาชาติธุรกิจ

seserpeer.blogspot.com
อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ

“อินเด็กซ์” ปั้น “อัญยา เมดิเทค” รุกตลาดเมดิคอลพรีเวนชั่นรายแรกของภูมิภาค จับคู่ “โรงแรม-โรงพยาบาล” ส่งแพ็กเกจดูแลสุขภาพ-ป้องกันโรคทั่วไทย มั่นใจดูดค่าใช้จ่ายต่อหัวเพิ่ม 100% ตั้งเป้าปีแรกกวาดรายได้100 ล้าน ประกาศหา 10 โรงแรม เข้าร่วมพันธมิตรเฟสแรก พร้อมขายเครือข่ายครบ 20 โรงแรมภายในสิ้นปี”64 ก่อนเดินหน้าทำตลาดระดับภูมิภาคในสเต็ปต่อไป

นายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ทำให้โรงแรมและโรงพยาบาลที่พึ่งพิงนักท่องเที่ยวต่างชาติได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง บริษัทจึงนำเอานวัตกรรมทางด้านการป้องกันโรคที่เชื่อมโยงระหว่างโรงพยาบาลและโรงแรมมาสู่ผู้บริโภคภายใต้ชื่อ “อัญยา เมดิเทค (ANYA MEDITEC)” ศูนย์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การแก้ปัญหาด้านสุขภาพของคนเมือง

โดยใน “อัญยา เมดิเทค” มีสัดส่วนการถือครองหุ้น ดังนี้ บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) 40% บริษัท เรสท์ เมดิคอล (ประเทศไทย) จำกัด 10% บริษัท ดูเรียน คอร์ปอเรชั่น จํากัด 10% และนางสาวทักษอร คงคาประเสริฐ กรรมการผู้จัดการบริษัท 25% ตั้งเป้ารายได้ 100 ล้านบาทภายใน 1 ปี

นายเกรียงไกรกล่าวว่า “อัญยาเมดิเทค” จะทำงานภายใต้แนวคิด Bring Hospital to Hotel แห่งแรกของภูมิภาค โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงระหว่าง hospital+hotel+technology เข้าด้วยกัน ผ่านการยกบริการด้านการป้องกันโรคและบำบัดรักษามาเสิร์ฟถึงในโรงแรมระดับ 5 ดาว และบริหารจัดการวางแผนธุรกิจ วางระบบการบริการด้านสุขภาพ และป้องกันโรคให้กับโรงแรมตั้งแต่เริ่มต้นเซตอัพ ตลอดไปจนถึงการทำการตลาดและการขาย

ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายเจาะกลุ่มคนไทยและชาวต่างชาติที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายระดับ A และ B ด้วยบริการจากโรงแรมระดับ 5 ดาวขึ้นไป โดยเชื่อว่าตลาดไทยมีประชากรในกลุ่มที่มีกำลังซื้อเพียงพอที่จะใช้บริการหรือมีเงินฝากในบัญชีเกิน 1 ล้านบาทอยู่กว่า 1 ล้านราย เพียงพอสำหรับการเติบโตในระยะแรก จากนี้ไปจนถึงปีหน้า และทันทีที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยได้สเกลของตลาดก็จะขยายเพิ่มขึ้นอีกอย่างมหาศาล โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มลองสเตย์ที่กำลังจะมีมากขึ้นในไทยหลังโควิด-19

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีแผนจะขยายธุรกิจออกไปสู่ผู้ให้บริการระดับภูมิภาค โดยทันทีที่สามารถนำการให้บริการออกไปสู่ประเทศรอบข้างได้อย่างเสรี อัญยา เมดิเทคจะเดินหน้าทำตลาดในประเทศที่มีศักยภาพทันที โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาและให้ความสนใจกับนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการผลักดันเป็นเมดิคอลฮับ และมีกลุ่มเป้าหมายในตลาดจำนวนมาก

“จากนี้อัญยาฯจะเร่งพิจารณาหา10 โรงแรมที่สนใจจะเข้าร่วมโครงการให้เสร็จสิ้นและโอเปอเรตได้ภายในสิ้นปีนี้ และตั้งเป้ามีโรงแรมเครือข่าย 20 แห่งภายในสิ้นปี 2564 และเชื่อว่าอัญยาฯที่เป็นธุรกิจด้านนวัตกรรมเพื่อสุขภาพจะเติบโตแบบเอสเคิร์ฟ โดยกล้ายืนยันว่า 10 โรงแรมเครือข่ายแรกที่จะเข้ามาร่วมกับเราจะคืนทุนโดยเร็ว”

ขณะเดียวกัน โรงแรมที่เข้าร่วมโครงการจะสามารถเพิ่มวันพำนักและค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลได้กว่า 100% ช่วยสร้างรายได้ที่คุ้มค่าให้กับโรงแรมที่สูญเสียนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด และโรงพยาบาลที่กำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤตด้วยยอดใช้บริการที่ลดลงกว่า 25-40% พร้อมกลายเป็นดิสรัปชั่นใหม่ของวงการ ทำให้การจัดตั้งศูนย์เวลเนสรีสอร์ต ไม่จำเป็นจะต้องลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์

นายเกรียงไกรกล่าวต่อไปว่า ด้วยรูปแบบการให้บริการที่สามารถกระจายไปอยู่ ณ เมืองพักผ่อนที่มีบรรยากาศยอดเยี่ยม ประกอบการช่วงราคาสำหรับแพ็กเกจ 3 วัน 2 คืนที่เริ่มต้นเพียง 20,000 บาท คุ้มค่ากว่าการเข้าตรวจรักษาในโรงพยาบาลเอกชนที่เริ่มต้นคืนละ 16,000 บาท ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้ “อัญยา เมดิเทค” สามารถรุกเข้าสู่ตลาดนี้ได้อย่างแข็งแกร่งและโดดเด่นกว่าคู่แข่งที่มีเงื่อนไขในการรักษาและค่าใช้จ่ายสูง

นอกจากนั้น ยังเชื่อว่าการนำโรงพยาบาลเข้าไปอยู่ในพื้นที่พักผ่อนอย่างโรงแรม ทำให้ผู้ที่ต้องการเข้ารับการตรวจหรือบำบัดด้วยแพ็กเกจต่าง ๆ สามารถไปพร้อมกับครอบครัวหรือคนรักในพื้นที่การท่องเที่ยวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหัวหิน ภูเก็ต เชียงใหม่ เชียงราย ฯลฯ นำไปสู่สุขภาพจิตที่เหมาะสมกับการรักษา

นายเกรียงไกรกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่าปัจจุบัน “อัญยา เมดิเทค” ได้เริ่มต้นเปิดให้บริการเฟสแรกแล้ว และได้รองรับผู้ใช้บริการในชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ และโรงแรมสุโขทัยในแพ็กเกจ SleeplessSociety ไปกว่า 24 คน และกำลังจะมีผู้เข้าร่วมแพ็กเกจอีก 20 คนในรอบที่ 3 ที่กำลังจะเกิดขึ้น ก่อนที่อัญยาฯ จะสามารถหาพันธมิตรโรงแรมที่มีความโดดเด่น 10 แห่งมาเข้าร่วมได้

Let's block ads! (Why?)



"สุขภาพ" - Google News
October 02, 2020 at 11:00AM
https://ift.tt/3cOQLhb

อินเด็กซ์ปั้น "อัญยา เมดิเทค" จับคู่ รร.-รพ. รุกธุรกิจสุขภาพ - ประชาชาติธุรกิจ
"สุขภาพ" - Google News
https://ift.tt/2TYvbic

Tuesday, September 29, 2020

'ทรัมป์-ไบเดน'ปัดตอบคำถามหนุนแผนประกันสุขภาพครบวงจร - กรุงเทพธุรกิจ

seserpeer.blogspot.com

30 กันยายน 2563

38

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน และนายโจ ไบเดน ตัวแทนจากพรรคเดโมแครต เข้าร่วมการแสดงวิสัยทัศน์ หรือดีเบต รอบแรกในช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาไทย โดยมีนายคริส วอลเลส ผู้สื่อข่าวจากสถานีฟ็อกซ์นิวส์ เป็นผู้ดำเนินรายการ

เมื่อผู้ดำเนินรายการตั้งคำถามเกี่ยวกับระบบประกันสุขภาพ ปธน.ทรัมป์ไม่สามารถตอบได้ว่า เขาได้ดำเนินการตามแผนประกันสุขภาพอย่างครอบคลุมหรือไม่ และนายไบเดนก็เลี่ยงที่จะพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า เขาสนับสนุนแผนประกันสุขภาพแบบครบวงจร
ขณะเดียวกัน ปธน.ทรัมป์ได้กล่าวหานายไบเดนว่าต้องการที่จะเปลี่ยน กฎหมายประกันสุขภาพ “Affordable Care Act” หรือ “โอบามาแคร์” ให้กลายเป็นระบบสังคมนิยม และทำเพื่อจะตอบแทนบุญคุณของบรรดานักการเมืองฝ่ายซ้ายที่สนับสนุนเขา
ขณะที่นายไบเดนตอบโต้ว่า “ความจริงก็คือว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขากำลังพูดอยู่ตอนนี้คือ การโกหก ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อจะฟังคำโกหกจากเขา ทุกคนก็รู้ดีว่า เขาโกหก”
เมื่อผู้ดำเนินรายการถามปธน.ทรัมป์ว่า เพราะเหตุใดเขาจึงไม่ได้จัดตั้งระบบประกันสุขภาพขึ้นมาแทนที่ Affordable Care Act แต่ปธน.ทรัมป์หลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามนี้ แต่กลับไปพูดถึงการที่เขาลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อลดราคายาตามใบสั่งแพทย์ให้กับชาวอเมริกัน รวมถึงคำสั่งที่จะกำหนดให้ Medicare ซึ่งเป็นโครงการรับประกันสุขภาพของรัฐบาลกลางสหรัฐจัดซื้อยาในราคาเดียว
กับที่ประเทศอื่นๆ จ่าย ซึ่งคำสั่งนี้อาจจะไม่มีการบังคับใช้ หากการเจรจากับบริษัทยาประสบผลสำเร็จ

Let's block ads! (Why?)



"สุขภาพ" - Google News
September 30, 2020 at 09:23AM
https://ift.tt/3cGzp5Y

'ทรัมป์-ไบเดน'ปัดตอบคำถามหนุนแผนประกันสุขภาพครบวงจร - กรุงเทพธุรกิจ
"สุขภาพ" - Google News
https://ift.tt/2TYvbic

ประกันสุขภาพเหมาจ่าย เจ้าไหนดี? - efinanceThai

seserpeer.blogspot.com
ประกันสุขภาพเหมาจ่าย เจ้าไหนดี?

efin Review

ประกันสุขภาพเหมาจ่าย เจ้าไหนดี?

ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มคนวัยทำงาน และกลุ่มวัยกลางคนในขณะนี้ ด้วยข้อดี คือ ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายมีความคุ้มครองที่สูง ให้วงเงินการรักษาพยาบาลแบบไม่ซับซ้อน หรือจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามที่เกิดขึ้นจริง โดยไม่จำกัดวงเงินในการรักษาแยกตามรายการ ดังที่ปรากฎในประกันสุขภาพแบบแยกค่าใช้จ่าย 

ทำให้ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายมีความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากกว่า ผู้เอาประกันแทบไม่ต้องควักกระเป๋าตังค์จ่ายส่วนต่างแยกตามรายการหากไม่เกินวงเงินสูงสุด นอกจากนี้แล้วค่าเบี้ยในปัจจุบันยังไม่สูงมาก ราคาจับต้องได้ การเคลมทำได้ง่าย และสะดวก แถมบางบริษัทยังมีเงื่อนไขไม่ต้องตรวจสุขภาพให้ยุ่งยาก รวมถึงการผูกกับโรงพยาบาลชั้นนำ ยิ่งสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อประกันมากยิ่งขึ้น

 สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย จึงได้คัด 5 ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย ที่ค่าเบี้ยประกันเริ่มต้นอยู่ในช่วง 1-2 หมื่นบาท จากบริษัทประกันชั้นนำ มาให้ดูว่าแต่ละบริษัทมีเงื่อนไข - ค่าใช้จ่าย และความคุ้มครองแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด 

* หมายเหตุ ประกันของทั้ง  5 บริษัท ที่นำเปรียบเทียบเป็นเพียงบางส่วนในท้องตลาดเท่านั้น โดยเลือกจากแผนที่มีค่าเบี้ยประกัน และความคุ้มครองใกล้เคียงกัน โดยใช้ช่วงอายุผู้เอาประกันไม่เกิน 40 ปี เป็นหลัก   
         

 

*  วิริยะประกันภัย
"Viriyah Healthcare by BDMS"  

    เริ่มที่  ประกันสุขภาพจากวิริยะ  ที่มาพร้อมกับประกัน "Viriyah Healthcare by BDMS" หรือ วิริยะ เฮลธ์แคร์ บาย บีดีเอ็มเอส  ซึ่งเป็นประกันสุขภาพเหมาจ่ายที่ค่าเบี้ยถูกที่สุด (แผน 3) จากทั้ง  5 บริษัทที่นำมาเปรียบเทียบ โดยมีค่าเบี้ยเริ่มต้นที่ 12,000 บาท/ปี (ช่วงอายุ 16-40 ปี) แต่ได้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 700,000 บาท 

    ขณะที่ค่าห้อง-อาหาร-พยาบาล-สูงสุด  ถึง 8,000 บาท และค่าห้องผู้ป่วยหนัก (ICU) อีก 16,000 บาท และไม่จำกัดวงเงินค่ารักษาต่อครั้ง นั่นหมายความว่า ผู้เอาประกันของ วิริยะประกันสุขภาพ สามารถรักษาได้จนเต็มวงเงินคุ้มครองได้ภายในครั้งเดียว  
    
    นอกจากค่าเบี้ยต่ำ และความคุ้มครองสูง ประกันแผนนี้ยังมีจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือ เป็น ประกันสุขภาพจากวิริยะ ที่ผูกการรักษากับ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ หรือ  BDMS โรงพยาบาลที่มีมาตรฐานการรักษาและบริการระดับโลก และมีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศถึง 47 แห่ง ไม่ว่าจะเป็น รพ.กรุงเทพ, สมิติเวช , พญาไท , เปาโล และ BNH  

    รายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่  

* aetna 
"ประกันสุขภาพ โอปอล"
 

    
    มาทางฝั่ง  เอ็ทน่า ประกันสุขภาพ หรือ aetna ที่มีประกันสุขภาพ "โอปอล"  โดยแผนโอปอล เป็นประกันสุขภาพเหมาจ่ายที่มีราคาสูงพอสมควร เริ่มต้นที่ 19,128 บาท/ปี (แผน 3)  (สำหรับช่วงอายุไม่เกิน 40 ปี)     

    จุดเด่นของแผนนี้จะอยู่ที่ความคุ้มครองที่ให้สูงที่สุดเมื่อเทียบกับอีก 4 บริษัท โดยความคุ้มครองสูงถึง 750,000 บาท และไม่จำกัดวงเงินการรักษาต่อครั้ง  แต่อาจจะมีข้อสังเกตุตรงที่ความคุ้มครองไม่ครอบคลุมกับบางโรงพยาบาล โดยเฉพาะในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพฯ  (โรงพยาบาลกรุงเทพ BNH สมิติเวช) และบำรุงราษฎร์

    รายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่   

* เมืองไทยประกันภัย  
"HEALTH TRUST"

 
    ด้านเมืองไทยประกันภัย ส่ง " เมืองไทยประกันภัย HEALTH TRUST" ที่มีเบี้ยเริ่มต้นที่ 18,000 บาท  (แผน2 ช่วงอายุ 31-40 ปี) แม้ว่าจะมีความคุ้มครองอยู่ที่ 500,000 บาท แต่ให้ค่าห้อง - อาหาร- พยาบาล รวมถึง ค่า ICU สูงในระดับเดียวกับของวิริยะประกันภัย และรับทำประกันสำหรับผู้มีอายุสูงถึง 70 ปี (ค่าเบี้ยเป็นไปตามเงื่อนไข) และไม่จำกัดวงเงินค่ารักษาต่อครั้ง  

    นอกจากนี้  HEALTH TRUST สามารถเพิ่มความคุ้มครองสูงสุดได้ไปถึง 1 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในแผน 3 ที่มีค่าเบี้ยเริ่มต้นจะสูงถึง 26,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองที่สูงขึ้น
    รายละเอียดเพิ่มเติม  คลิกที่นี่


 

* สินมั่นคงประกันภัย 
"ประกันสุขภาพเหมาจ่าย" 

    
    ฟากสินมั่นคงประกันภัย มี "ประกันสุขภาพเหมาจ่าย" โดยจุดเด่นตรงที่มีถึง 4 แผนให้เลือก โดยแผนที่ให้ความคุ้มครองสูงสุด คือแผน D ที่คุ้มครอง 500,000 บาท เบี้ยประกันเริ่มต้นที่ประมาณ 12,000 บาท เป็นต้นไป ตามแต่ช่วงอายุ (31-40ปี อยู่ที่ 12,821 บาท) 

    แม้ว่าความคุ้มครองของประกันตัวนี้จะไม่สูงมากเมื่อเทียบกับเจ้าอื่น แต่ก็มีความคุ้มครองครอบคลุมการเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุ (อบ.1) แบบเต็มจำนวน ประกันตัวนี้สามารถเข้าโรงพยาบาลได้ที่โรงพยาบาลคู่สัญญา (สำรองจ่าย ณ รพ.นอกคู่สัญญา) แต่มีการจำกัดวงเงินการรักษาในแต่ละครั้งที่ให้เพียง 10% ของวงเงินคุ้มครอง หรือ 50,000 บาทต่อครั้งสำหรับแผน D

    รายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่

* ทิพยประกันภัย 
"ทิพยจัดเต็ม 15,000 Comfort "

     ปิดท้ายที่ ทิพยประกันภัย ที่แหวกแนวประกันสุขภาพเหมาจ่าย ด้วยการชูจุดเด่น เรื่องของค่าเบี้ยประกัน ที่จ่ายราคาเดียวที่ 15,000 บาท ไม่ว่าจะเป็นช่วงอายุไหนก็ตาม แต่จะได้รับเงื่อนไขความคุ้มครองต่างกันไป 

    โดยความคุ้มครองสูงสุดจะอยู่ในแผน 1 (อายุไม่เกิน 40 ปี) และ แผน 2 (อายุไม่เกิน 50 ปี) ที่ 500,000 บาท ส่วนการจำกัดในการรักษาจะกำหนดไว้ที่ 100,000 บาท/โรค  

    รายละเอียดเพิ่มเติม  คลิกที่นี่

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม


Let's block ads! (Why?)



"สุขภาพ" - Google News
September 29, 2020 at 05:43PM
https://ift.tt/3n0vgyA

ประกันสุขภาพเหมาจ่าย เจ้าไหนดี? - efinanceThai
"สุขภาพ" - Google News
https://ift.tt/2TYvbic

Monday, September 28, 2020

อุจจาระร่วงเฉียบพลัน..ป้องกันได้ - โพสต์ทูเดย์ สุขภาพ - โพสต์ทูเดย์

seserpeer.blogspot.com

อุจจาระร่วงเฉียบพลัน..ป้องกันได้

วันที่ 29 ก.ย. 2563 เวลา 08:44 น.

แพทย์เตือนอุจจาระร่วงเฉียบพลัน โรคที่ควรระวังในช่วงฤดูฝน พร้อมเผย Do&Don’t เรื่องที่ควรทำ ไม่ควรทำ และวิธีป้องกัน

กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลราชวิถี แนะประชาชนดูแลสุขภาพให้ปลอดภัยจากโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน ชี้กลุ่มเสี่ยงเด็กและผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคไต อาจจะมีภาวะขาดน้ำรุนแรง ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและแร่ธาตุจำเป็น หากผู้ป่วยที่มีอาการไข้ขึ้นสูง อาเจียนมาก ถ่ายเหลวมาก ชีพจรเต้นเร็ว ควรพบแพทย์ทันที ถ้าล่าช้าอาจทำให้ไตวายหรือเสียชีวิตได้ 

นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์และโฆษกกรมการแพทย์ กล่าวว่า ในช่วงฤดูฝนทำให้มีความชื้นในอากาศมากเชื้อโรคเจริญเติบโตและแพร่เชื้อได้ดี ทำให้อาหารและน้ำดื่มมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดโรคของระบบทางเดินอาหารได้ง่าย โดยเฉพาะโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน ที่เกิดได้ทั้งจากเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส

อาการของโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน คือ

  • ถ่ายอุจจาระเหลวกว่าปกติเกิน 3 ครั้งต่อวัน หรือถ่ายเป็นน้ำ 1 ครั้งต่อวัน หรือถ่ายมีมูกปนเลือด 1 ครั้งต่อวัน
  • อาจมีไข้ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน สาเหตุเกิดจากการได้รับเชื้อผ่านการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้ออยู่ การรับประทานอาหารสุกๆดิบๆ หรืออาหารที่มีแมลงวันตอมอาจจะทำให้ได้รับเชื้อได้

การดูแลผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน

Do - กรณีที่เป็นเด็กให้ทานอาหารเหลวบ่อยๆ ส่วนวัยทั่วไปรวมถึงผู้สูงอายุให้ทานอาหารตามปกติ แต่ควรเป็นอาหารอ่อนและย่อยง่าย ที่สำคัญควรให้ผู้ป่วยดื่มน้ำละลายผงน้ำตาลเกลือแร่เพื่อป้องกันการขาดน้ำ

Don’t - ไม่ควรกินยาเพื่อให้หยุดถ่าย เพราะจะทำให้เชื้อโรคค้างอยู่ในร่างกาย ซึ่งจะเป็นอันตรายมากขึ้น

นายแพทย์สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กล่าวว่า โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันจะมีภาวะแทรกซ้อนในเด็กและผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคไต อาจจะมีภาวะขาดน้ำรุนแรง ทำให้ร่างกายสูญเสียทั้งน้ำและแร่ธาตุจำเป็น รวมทั้งมีความผิดปกติของสมดุลเกลือแร่ในเลือด เหงื่อออก ตัวเย็น มือเท้าเย็น ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้สามารถรักษาได้ตามอาการ หรือการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ร่วมกับการให้เกลือแร่ในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อทดแทนส่วนที่ร่างกายสูญเสียไป และหากพบผู้ป่วยที่มีอาการไข้ขึ้นสูง อาเจียนมาก ถ่ายเหลวมาก ควรนำไปพบแพทย์ทันที ถ้าล่าช้าอาจทำให้ไตวายหรือเสียชีวิตได้

วิธีการป้องกันโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน

  • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาดทุกครั้งก่อนปรุงอาหารก่อนรับประทานอาหารและภายหลังการเข้าสุขา
  • ดื่มน้ำสะอาด เช่น  น้ำต้มสุกน้ำบรรจุขวดถูกสุขลักษณะ
  • เลือกรับประทานอาหารที่สะอาดสุกใหม่ๆ
  • การบริโภคผักผลไม้สด ควรทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง
  • กําจัดสิ่งปฏิกูล ขยะมูลฝอยเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงวัน
  • ไม่ควรรับประทานอาหารที่สุกๆ ดิบๆ เพื่อให้ห่างไกลจากโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันได้

Let's block ads! (Why?)



"สุขภาพ" - Google News
September 29, 2020 at 08:56AM
https://ift.tt/339nOsY

อุจจาระร่วงเฉียบพลัน..ป้องกันได้ - โพสต์ทูเดย์ สุขภาพ - โพสต์ทูเดย์
"สุขภาพ" - Google News
https://ift.tt/2TYvbic

แนะรัฐเน้นชูการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ - กรุงเทพธุรกิจ

seserpeer.blogspot.com

29 กันยายน 2563

14

ตามที่ ศบค.มีมติเมื่อต้นเดือน ก.ค.63 อนุญาตให้ชาวต่างชาติสามารถเดินทางเข้าไทยภายใต้โปรแกรมเมดิคัลและเวลเนส โดยเริ่มที่โปรแกรมเมดิคัลก่อน และหากไม่มีปัญหาใดๆ ก็จะขยาย ก็จะขยายเพิ่มในส่วนของโปรแกรมเวลเนส ซึ่งเกี่ยวกับกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพ

ทั้งนี้ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ได้นำเสนอแนวทางปฏิบัติสำหรับ Wellness Quarantine (WQ) โดยสถานประกอบการที่จะเข้าร่วมโปรแกรมจะต้องมีโรงพยาบาลคู่สัญญาอยู่ด้วย รวมทั้งต้องจัดให้มีอุปกรณ์ tracking/tracing ติดตามลูกค้า เช่น สมาร์ทวอทช์ หรือสายรัดข้อมือ ที่มีจีพีเอส และที่สำคัญยังต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการ 3 อย่าง ได้แก่ ใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการจับคู่กับโรงพยาบาลเพื่อทำหน้าที่ตรวจโควิดพร้อมกับการรักษาพยาบาล

ถัดมา ต้องได้รับใบอนุญาตสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทสหคลินิก เช่น กิจการประเภทเวลบีอิ้ง การแพทย์ทางเลือก เวชศาสตร์ชะลอวัย การรักษาในกลุ่มที่เป็น Cell therapy และ Precision Medicine ตลอดจนศูนย์การพยาบาลแบบองค์รวมและใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.โรงแรม ซึ่งครอบคลุมถึงที่พักในรูปแบบวิลลา รีสอร์ท ที่ไม่ใช่โรงพยาบาล หากผู้ประกอบการมี 3 ใบอนุญาตนี้ก็สามารถลงทะเบียนกับ สบส.เพื่อเข้ามาสู่โปรแกรม WQ นี้ได้

160129284241

คอนเซปต์หลักของ WQ คือ ชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาแล้ว จะต้องเข้าโปรแกรมกักตัวไม่น้อยกว่า 14 วัน ต่ำกว่านี้ไม่ได้โดยเด็ดขาดในสถานที่ที่กำหนดไว้เท่านั้น และระหว่างการกักตัวจะไม่ได้อยู่เฉยๆ เหมือน state quarantine ทั่วไปแต่ต้องทำกิจกรรมบำบัดรักษาในโซนที่กำหนด จากนั้นเมื่อกักกันตัวครบ 14 วันแล้วตรวจไม่พบโควิด-19 ก็สามารถออกไปข้างนอกพื้นที่ได้ โดยจะมีหนังสือรับรองการกักกันตัว

นายแพทย์ทัศนวุฒิ เธียรปัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทางการแพทย์และฝ่ายพัฒนาธุรกิจระหว่างประเทศ รพ.บำรุงราษฎร์ กล่าวว่าปัจจุบันศักยภาพของแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ และเทคโลยีของโรงพยาบาลเอกชนก้าวไปไกลทัดเทียมกับประเทศที่มีความก้าวหน้าทางการแพทย์ของโลก และมีคุณภาพมาตรฐานและความปลอดภัยระดับสากลในหลายโรงพยาบาล ซึ่งความพร้อมของประเทศไทยในด้านระบบบริการสาธารณสุขได้ขยายจากการรักษาพยาบาล (Medical) ไปสู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน(Wellness) ซึ่งเมื่อมีการผสมผสานทั้งสองด้านเข้าด้วยกันแล้ว จึงกลายเป็นจุดที่โดดเด่นและขยายตลาดให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก เปิดโอกาสให้คนที่จะมาศัลยกรรม 

160129284278

รวมทั้งบริการทางการแพทย์ด้านอื่นๆ นอกจากการมาติดตามอาการหรือรักษาด้านเจ็บป่วยเพียงอย่างเดียวก็สามารถดูแลสุขภาพเชิงป้องกันไปด้วยพร้อม ๆ กันได้ ซึ่งจะทำให้มีโอกาส ที่จะกระตุ้นและพลิกฟื้นเศรษฐกิจช่วงหลังโควิด-19 สร้างรายได้ให้กับประเทศอีกทางหนึ่งด้วย แต่ทั้งนี้ต้องปฏิบัติตามาตรการการคัดกรองและควบคุมโรคอย่างเข้มข้น

“การเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ป่วยที่มีความประสงค์เพื่อเข้ารับการรักษาพยาบาล ซึ่งเป็นประเภท AHQ และกลุ่มที่มีความประสงค์เข้ามาในการส่งเสริมสุขภาพ ฟื้นฟูดูแลร่างกาย ซึ่งเป็นประเภท WQ นั้น นอกจากค่าใช้จ่ายที่ทางโรงพยาบาลหรือโรงแรมได้รับจากการรักษาพยาบาลหรือโปรแกรมเวลเนสต่างๆ แล้ว ยังเป็นการส่งต่อสร้างรายได้กับธุรกิจที่เกี่ยวข้องอีกหลายชั้น อาทิ ร้านอาหาร ห้างร้านสรรพสินค้า ของที่ระลึก การขนส่ง สายการบิน การเดินทางท่องเที่ยว โรงแรมที่พักที่ไปท่องเที่ยวเพิ่มเติม เป็นต้น”

160129436410

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มที่น่าสนใจคือกลุ่มผู้สูงอายุ ที่ต้องการหนีอากาศหนาวในประเทศของตนเองเพื่อมาเที่ยวหรือพักผ่อนในประเทศไทย ซึ่งเป็นกลุ่มผู้สูงวัยที่ยังมีสุขภาพแข็งแรงดี ไม่มีภาวะเจ็บป่วยใด ๆ มีกำลังซื้อสูง ซึ่งปกติเดินทางเข้ามาพักผ่อนเป็นระยะเวลานาน (Long Stay) หากต้องการจะกระตุ้นให้กลุ่มคนเหล่านี้เดินทางเข้ามาพักผ่อนท่องเที่ยวในช่วงหลังโควิด-19 ก็สามารถดำเนินการได้ใน 2 ลักษณะ คือ 1. เข้ามาโดยไม่ได้เพื่อเข้ารับการรักษาในลักษณะปัจจุบันทันด่วน แต่ยินดีกักตัวอยู่ในโรงพยาบาลตามมาตรการ และขออยู่ต่อภายในประเทศเพื่อพักผ่อนท่องเที่ยวในระยะยาว 2. เปิดช่องว่าเป็นเงื่อนไขพิเศษสำหรับกลุ่มนี้ ที่เข้ามาพักเพื่อกักตัวอยู่โรงแรมได้เลย และพอพ้นระยะแล้ว ก็ออกจากโรงแรมเพื่ออยู่ต่อภายในประเทศเพื่อพักผ่อนท่องเที่ยวในระยะยาว ซึ่งเห็นว่าน่าจะเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่น่าสนใจในการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติของรัฐบาลในช่วงสถานการณ์โควิด-19 นี้

“ปัจจุบันกลุ่มผู้สูงวัยดังกล่าวสามารถเข้ามาในลักษณะ AHQ เท่านั้น ดังนั้น ในอนาคตเปิดช่องให้เขาอยู่โรงแรมได้ เพราะเขาไม่ได้ป่วย เป็นกลุ่มคนในวัยเกษียณ ที่อยากจะเข้ามาพักผ่อนท่องเที่ยว 3 เดือน ซึ่งนอร์เวย์ เป็นกลุ่มที่น่าสนใจมาก และเพื่อให้มีมาตรการด้านความปลอดภัย โรงแรมนั้นจะต้องมีการประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลในการเข้าไปดูแลเรื่องตรวจโควิด-19 และจัดบริการพยาบาลคอยบริการที่โรงแรม มีบริการให้คำปรึกษาผ่าน Teleconsultation หรือกรณีผู้เข้าพักมีอาการเร่งด่วนฉุกเฉิน ก็สามารถที่จะส่งรถพยาบาลไปรับตัวเพื่อนำเข้ามารับการรักษายังโรงพยาบาล แบบนี้น่าจะสามารถกระตุ้นนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้และสร้างรายได้ให้กับประเทศได้” นายแพทย์ทัศนวุฒิ กล่าว

160129284149

ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่า แพกเกจกิจกรรมด้านเวลเนสส่วนใหญ่ใช้เวลา 7-14 วัน แต่หากเป็น long term care ก็จะอยู่ระยะยาวขึ้นหรืออย่างน้อยใช้เวลาหลายเดือน ดังนั้นหากรัฐบาลเห็นภาพการขับเคลื่อนก็จะมองเห็นโอกาสในธุรกิจเวลเนสกับเมดิคัล ขณะเดียวกันกลุ่มกิจการที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ด้านการแพทย์แผนไทย การนวด สปา การฝึกจิตนั่งสมาธิ การออกกำลังกาย โภชนาการอาหารเพื่อสุขภาพ ก็เป็นช่องทางทางธุรกิจที่จะเข้ามาปลั๊กอินกับโปรแกรมด้านเวลเนสนี้ได้

ในส่วนของเมดิคัลโปรแกรม ขณะนี้มียื่นเสนอขอเข้ามารับการรักษาเฉลี่ยวันละประมาณ 30-50 คน ส่วนใหญ่เป็นการทำหัตถการทั้งผ่าตัดใหญ่ ผ่าตัดเล็กและผ่าตัดศัลยกรรมความงาม ซึ่งขั้นตอนการรักษาและพักฟื้นส่วนใหญ่ต้องอยู่เมืองไทยมากกว่า 14 วัน โดยหลังจากที่ผ่าตัดที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ต้องมีขั้นตอนการตรวจติดตามผลเป็นรอบๆ ในบางเคสต้องเข้ารับการประเมินด้านสุขภาพจิต กายภาพและฮอร์โมนร่วมด้วย เช่นเดียวกับการรักษาภาวะมีบุตรยากก็ต้องเข้ามาทั้งสามีและภรรยา ใช้เวลามากกว่า 14 วันเช่นกัน

Let's block ads! (Why?)



"สุขภาพ" - Google News
September 29, 2020 at 09:45AM
https://ift.tt/338ULWD

แนะรัฐเน้นชูการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ - กรุงเทพธุรกิจ
"สุขภาพ" - Google News
https://ift.tt/2TYvbic

Saturday, September 26, 2020

ญี่ปุ่นเตรียมให้ตอบแบบสอบถามสุขภาพออนไลน์ก่อนเข้าประเทศ - โพสต์ทูเดย์

seserpeer.blogspot.com

ญี่ปุ่นเตรียมให้ตอบแบบสอบถามสุขภาพออนไลน์ก่อนเข้าประเทศ

วันที่ 27 ก.ย. 2563 เวลา 08:36 น.

ทางการญี่ปุ่นเตรียมให้ผู้ประสงค์เดินทางเข้าประเทศตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับสุขภาพออนไลน์ก่อนเดินทางเข้าประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรองโรค

ประเทศญี่ปุ่นจะเปิดให้ผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศตอบแบบสอบถามที่เกี่ยวกับสุขภาพแบบออนไลน์ ก่อนที่จะเดินทางเข้าประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการควบคุมการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น

รายงานข่าวระบุว่า แบบสอบถามออนไลน์ดังกล่าว จะใช้กับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงมากกว่าผู้อื่นที่จะติดเชื้อโควิด-19 โดยจะใช้กับผู้โดยสารที่อยู่ในเที่ยวบินที่เดินทางมาลงที่สนามบินนาริตะ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับกรุงโตเกียว

ปัจจุบัน แบบสอบถามเหล่านี้ได้มีการแจกให้กับผู้ที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นขณะที่อยู่บนเครื่องบินที่กำลังเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น

ผู้ที่เดินทางเข้ามายังญี่ปุ่นจะสามารถตอบแบบสอบถามได้โดยเข้าไปยังเว็บไซต์ของกระทรวงสุขภาพ แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่นก่อนที่จะออกเดินทาง จากนั้นผู้โดยสารจะได้รับคิวอาร์โค้ดที่ยืนยันว่าได้มีการกรอกข้อมูลในแบบสอบถามเรียบร้อยแล้ว เพื่อใช้งานเมื่อเดินทางมาถึงยังประเทศญี่ปุ่น

ทางการญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ญี่ปุ่นจะเปิดบริเวณชายแดนของประเทศรับชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในญี่ปุ่นได้เป็นเวลา 3 เดือนหรือนานกว่านั้น ซึ่งชาวต่างชาติเหล่านี้จะได้รับอนุญาตให้เข้ามาในประเทศด้วยวัตถุประสงค์ในการเดินทางดังนี้ ด้านการแพทย์ วัฒนธรรม และกิจกรรมที่เกี่ยวกับกีฬา โดยการเดินทางเข้ามาทำธุรกิจในระยะเวลาต่ำกว่า 3 เดือนก็จะได้รับอนุญาตด้วยเช่นกัน

Let's block ads! (Why?)



"สุขภาพ" - Google News
September 27, 2020 at 08:43AM
https://ift.tt/3mUz8B4

ญี่ปุ่นเตรียมให้ตอบแบบสอบถามสุขภาพออนไลน์ก่อนเข้าประเทศ - โพสต์ทูเดย์
"สุขภาพ" - Google News
https://ift.tt/2TYvbic

Tuesday, September 22, 2020

ไก่ไข่ ไร้กรง ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพ ลุ้นออกมาตรฐานรับรอง เพิ่มโอกาส - thebangkokinsight.com

seserpeer.blogspot.com

ไก่ไข่ ไร้กรง เทรนด์มาแรง ตอบรับกระแสรักสุขภาพ คาดหลังมีมาตรฐานรับรอง ดันตลาดขยายฐาน จากระดับพรีเมียม ค้าปลีก เชนร้านอาหาร สู่ลูกค้าปลายน้ำกลุ่มใหม่มากขึ้น

​การบริโภคที่คำนึงถึง หลักสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) กำลังถูกพูดถึงอย่างมาก ในแวดวงธุรกิจอาหาร รวมถึง ทั้งนี้ ไก่ไข่ ไร้กรง ที่ให้ไข่ไก่ จากแม่ไก่ที่เลี้ยงแบบไม่ขังกรง หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “Cage Free Egg

ไก่ไข่ ไร้กรง

“Cage Free Egg” คือ หนึ่งผลิตภัณฑ์ ที่กรมปศุสัตว์ของไทย เตรียมกำหนดมาตรฐานรับรอง ต่อยอดจากมาตรฐานการผลิตอื่น ๆ เพื่อสร้างทางเลือก ด้านคุณภาพสินค้า ให้กับผู้บริโภค

ในขณะเดียวกัน ก็เป็นแนวทางยกระดับ การผลิตสินค้ากลุ่มปศุสัตว์ของไทย ให้เท่าทันกับ กระแสการบริโภค ที่ตระหนักถึงหลักสวัสดิภาพสัตว์มากขึ้น โดยปัจจุบัน อยู่ในขั้นตอนของการ ร่างข้อกำหนดมาตรฐานฟาร์มไก่ไข่เลี้ยงปล่อยอิสระ ในโรงเรือนระบบปิด (Cage Free)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ไข่ไก่กลุ่ม Cage Free Egg เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น จากกลุ่มผู้บริโภคที่คำนึงถึงสุขภาพ และแหล่งที่มา ของสินค้าที่ปลอดภัย และรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งพร้อมจะเต็มใจจ่ายสูง

หากมองในภาพกว้างระดับโลก จะพบว่า นโยบายของหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น สหภาพยุโรป และสหรัฐฯ ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศ ที่มีอัตราการบริโภคไข่ไก่ต่อคนสูง มีกฎหมายระบุ ห้ามเลี้ยงไก่ไข่แบบกรงตับ เนื่องจากคำนึงถึง หลักสวัสดิภาพสัตว์ เป็นปัจจัยหลัก

ปัจจัยดังกล่าว มีผลต่อระดับคุณภาพของไข่ไก่ และความปลอดภัย จากการปนเปื้อน จากระบบการเลี้ยง ที่สูงกว่าการเลี้ยงไก่ไข่ประเภทอื่น ๆ บ่งชี้ให้เห็นว่า ไข่ไก่ที่ได้จากระบบการเลี้ยงแบบกรงตับ น่าจะมีแนวโน้มลดลง

ไก่ไข่ ไร้กรง

นอกจากนี้ ยังผลักดันให้ความต้องการไข่ไก่ ที่มาจากระบบการเลี้ยงอื่นๆ ที่คำนึงถึงหลักสวัสดิภาพสัตว์ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มไข่ไก่อินทรีย์, กลุ่ม Free Range Egg รวมถึง Cage Free Egg มีโอกาสที่จะเติบโตเพิ่มขึ้น โดยมีแรงผลักดันจาก ฝั่งผู้บริโภค เป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตของตลาด

ทั้งนี้ สะท้อนได้จาก มูลค่าตลาดของไข่ไก่ Cage Free Egg ของโลก ที่ถูกประเมินว่า ในปี 2562 จะมีมูลค่าตลาด 4.98 ล้านดอลลาร์ และสามารถเติบโตได้เฉลี่ยร้อยละ 4.75 ต่อปีในช่วงปี 2563-2568

แม้ว่า Cage Free Egg ในไทย จะเป็นสินค้าที่ออกสู่ตลาดมาระยะหนึ่งแล้ว โดยเป็นสินค้าทางเลือก ในกลุ่มไข่พรีเมียม (High end) เจาะกลุ่มเป้าหมาย ตลาดผู้บริโภคระดับบนในประเทศ โดยมีผู้ผลิตรายสำคัญ คือ ผู้ประกอบการไข่ไก่ครบวงจร

แต่อย่างไรก็ดี ยังไม่มีมาตรฐานรับรองการผลิตในประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ในขณะที่มาตรฐานการรับรอง Cage Free Egg ในต่างประเทศ ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ส่วนใหญ่มักจะมีข้อกำหนดที่ชัดเจน เพื่อเป็นแนวทางในการผลิต เช่น ข้อกำหนดความหนาแน่น ของจำนวนไก่ต่อพื้นที่ อาทิ American Humane Association (พื้นที่ 1.25 ตร.ฟ./ไก่ 1ตัว) United Egg Producers Certified (พื้นที่ 1.00 ตร.ฟ./ไก่ 1ตัว) เป็นต้น

ดังนั้น หากมาตรฐาน รับรองมาตรฐานฟาร์มไก่ไข่แบบไม่ใช้กรง (Cage Free) ดังกล่าว ถูกประกาศใช้อย่างเป็นทางการ นอกเหนือจาก จะส่งผลเชิงบวกต่อผู้บริโภคแล้ว ในมุมมองทางธุรกิจ น่าจะส่งผลเชิงบวก ต่อผู้ประกอบการ ที่ผลิตไข่ไก่โดยระบบนี้ ซึ่งรวมถึงกลุ่มเกษตรกรสมัยใหม่

ไก่ไข่ ไร้กรง

นั่นเพราะ การมีมาตรฐานรับรองที่ชัดเจน จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ ให้กับผลิตภัณฑ์ได้ ทำให้คาดว่า ผู้ประกอบการในธุรกิจไข่ไก่ ที่มีกลุ่มเป้าหมาย เป็นผู้บริโภคระดับบน มีแนวโน้มจะเพิ่มกำลังการผลิต ไข่ไก่ประเภทนี้ มากขึ้น แม้ว่าจะมีต้นทุนการผลิต ที่สูงกว่าไข่ไก่ในระบบโรงเรือนปิดทั่วไป แต่ก็ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าเช่นกัน

ขณะเดียวกัน ยังเป็นอีกหนึ่งแนวทาง ที่ช่วยจูงใจให้ผู้ประกอบการ ในธุรกิจไข่ไก่ พยายามยกระดับ การพัฒนาระบบการเลี้ยงไก่ไข่ จากระบบกรงตับ ไปสู่ระบบที่คำนึงถึงหลักสวัสดิภาพสัตว์ได้ง่ายขึ้น เนื่องจากการปรับระบบการเลี้ยง ไปสู่ระบบการเลี้ยงแบบไม่ขังกรง (Cage Free) หลัก ๆ จะได้แก่ การปรับความหนาแน่นของไก่ ภายในโรงเรือน การห้ามใช้ยาปฏิชีวนะ

ส่วนการปรับไปสู่ระบบการเลี้ยงอื่น ๆ อาทิ การเลี้ยงแบบอินทรีย์ หรือ ปล่อยอิสระ Free Range Egg อาจจะมีเงื่อนไขเพิ่มเติมอีก เช่น เรื่องอาหาร การปรับพื้นที่นอกโรงเรือน เป็นต้น ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงกว่า อนึ่ง หากประเมินจากไก่ไข่ทั้งระบบ สัดส่วนไข่ไก่จากระบบการเลี้ยงแบบ ที่ไม่ใช่กรงตับ ในปัจจุบัน น่าจะอยู่ที่ราวร้อยละ 10 แต่น่าจะเพิ่มสัดส่วนขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

หากมองไปข้างหน้า ความต้องการ Cage Free Egg น่าจะขยายตัว จากเดิมที่จำกัดอยู่เพียง กลุ่มธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจอาหารเครือข่าย (Food Chain Restaurant) ไปสู่ กลุ่มลูกค้าปลายน้ำกลุ่มใหม่ ที่จะให้การตอบรับสินค้าประเภทนี้มากขึ้น อาทิ ธุรกิจอาหารพร้อมทาน/อาหารสำเร็จรูป-แปรรูป ร้านอาหารระดับพรีเมียม โรงพยาบาลและโรงแรม

ทั้งนี้เนื่องจาก เป็นกลุ่มธุรกิจ ที่มุ่งให้ความสำคัญกับ นโยบายจัดหาจัดซื้อสินค้า อย่างมีความรับผิดชอบ เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์เชิงบวก ในสายตาผู้บริโภค

พร้อมกันนี้ ยังเป็นการตอบสนองผู้บริโภค ที่ให้ความสำคัญกับสินค้าสุขภาพ ที่มีคุณภาพสูง เช่น ผู้รักสุขภาพ ผู้ออกกำลังกาย เด็ก-ผู้สูงอายุ กลุ่มผู้ป่วย รวมถึงนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นลูกค้าที่มีศักยภาพของธุรกิจ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow

Let's block ads! (Why?)



"สุขภาพ" - Google News
September 23, 2020 at 04:04AM
https://ift.tt/2RPqd5N

ไก่ไข่ ไร้กรง ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพ ลุ้นออกมาตรฐานรับรอง เพิ่มโอกาส - thebangkokinsight.com
"สุขภาพ" - Google News
https://ift.tt/2TYvbic

Saturday, September 19, 2020

กรมอนามัย แนะวัยเกษียณเตรียมพร้อมวิถีชีวิตใหม่ ดูแลสุขภาพตนเองอย่างมีคุณภาพ - เชียงไหม่นิวส์

seserpeer.blogspot.com

แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาด โรคโควิด19 ถึงแม้ว่าจะเริ่มคลี่คลายลง แต่ประชาชนก็ยังคงต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะผู้เกษียณอายุที่ก้าวสู่วัยผู้สูงอายุ ควรมีการปรับตัวตามแนวทางวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) และสร้างสุขอนามัยที่ดี เพื่อป้องกันโรคโควิด-19 ด้วยการสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อต้องออกจากบ้าน ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์เป็นประจำ หลีกเลี่ยงการใช้ขนส่งสาธารณะและการไปในที่แออัด และเว้นระยะห่างอยู่เสมอ นอกจากนี้ ผู้เกษียณควรมีการเตรียมตัวหรือการวางแผน เพื่อเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ

โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพของตนเอง ด้วยอาหารที่มีประโยชน์ครบทั้ง 5 หมู่ที่หลากหลายไม่จำเจ เลือกกินข้าวกล้อง หรือข้าวซ้อมมือ เพื่อให้ได้วิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร กินผัก และผลไม้เป็นประจำ เพื่อให้ได้รับวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระ หลีกเลี่ยงอาหารรสหวานจัด เค็มจัด และกินอาหารสะอาด ปราศจากการปนเปื้อน รวมทั้งดื่มนมเป็นประจำวันละ 1 แก้ว เพื่อให้ได้รับแคลเซียม และวิตามินต่างๆ อย่างเพียงพอ หากมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากควรดัดแปลงอาหารให้อ่อนนิ่ม หรือมีขนาดเล็กลง และควรออกกำลังกายหรือมีกิจกรรมทางกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที มากกว่า 5 วันต่อสัปดาห์ ไม่ควรออกกำลังกายที่ใช้แรงกระแทก โดยเฉพาะข้อเข่าเพราะจะทำให้เข่ารับน้ำหนักมากขึ้น จนเป็นสาเหตุของข้อเข่าเสื่อม“นอกจากนี้ต้องให้ความสำคัญกับด้านจิตใจและสังคม สำหรับการดูแลวัยเกษียณด้วย เพราะทุกอย่างล้วนเป็นปัจจัยที่เกื้อกูลกันส่งผลให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและมองเห็นคุณค่าของตนเองอย่างภาคภูมิใจ มีการเตรียมความพร้อมของที่อยู่อาศัย จัดบ้านและสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเพื่อลดอุบัติเหตุและอันตรายต่าง ๆ เช่น ใช้วัสดุกันลื่นในห้องน้ำ มีราวจับ ใช้โถส้วมแบบนั่งราบ จัดบ้านให้โล่ง และอากาศถ่ายเทได้สะดวก รวมถึงการเตรียมสะสมเงินสำรองไว้ใช้จ่ายหลังเกษียณอายุ และประมาณการรายรับ-รายจ่ายในแต่ละเดือน จะช่วยลดปัญหาและภาวะเครียดจากค่าใช้จ่ายที่ไม่พอใช้ได้ ส่วนลูกหลาน และญาติ ควรหาเวลาเพื่อพบปะหรือโทรศัพท์ถามทุกข์สุขก็จะช่วยให้ผู้เกษียณไม่เหงาและป้องกันภาวะซึมเศร้าได้ นอกจากนี้ กรมอนามัยได้จัดทำ “สมุดบันทึกสุขภาพผู้สูงอายุ” (สมุดสีฟ้า) ในการประเมินสุขภาพตนเองเบื้องต้น 9 ประเด็นหลัก ทั้งนี้ ผู้สูงอายุสามารถรับได้ที่สถานบริการสาธารณสุขหรือดาวน์โหลด ได้ที่ http://eh.anamai.moph.go.th/main.php?filename=Agingmanual” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

Let's block ads! (Why?)



"สุขภาพ" - Google News
September 20, 2020 at 10:54AM
https://ift.tt/35T7kH9

กรมอนามัย แนะวัยเกษียณเตรียมพร้อมวิถีชีวิตใหม่ ดูแลสุขภาพตนเองอย่างมีคุณภาพ - เชียงไหม่นิวส์
"สุขภาพ" - Google News
https://ift.tt/2TYvbic

Thursday, September 17, 2020

ประโยชน์จาก "น้ำมันรำข้าว" ต้านอนุมูลอิสระ-ลดน้ำตาลในเลือด - Sanook

seserpeer.blogspot.com

เนื่องจากปัจจุบันเรานั้นมักนิยมใช้น้ำมันพืชในการประกอบอาหารเป็นหลัก จึงทำให้บางครั้งที่เราเผลอพลั้งบริโภคอาหารแต่ละมื้อเข้าไปในปริมาณมาก อาจเป็นการเพิ่มระดับแคลอรี่ และไขมันสะสมจนสามารถส่งผลเสียแก่สุขภาพของเราได้

Hello คุณหมอจึงขอนำบทความดีๆ ถึง น้ำมันรำข้าว น้ำมันสกัดจากธรรมชาติ มาฝาก เพื่อเป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง ให้ทุกคนได้ลองนำไปประกอบอาหารกัน

รู้จักน้ำมันรำข้าวให้มากขึ้น

น้ำมันรำข้าว (Rice Bran Oil) เป็นน้ำมันที่ถูกสกัดมาจากส่วนนอกของเมล็ดข้าว ที่เรียกว่า รำ โดยผ่านกระบวนการเฉพาะทางตามแต่ละผู้ผลิตนั้นจัดทำ ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่มักนิยมนำน้ำมันรำข้าวมาใช้เป็นวัตถุดิบในการนำมาปรุงอาหารเพื่อสุขภาพ เพราะน้ำมันรำข้าวมีระดับแคลอรี่เพียง 120 แคลอรี่ และมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว 14 กรัม ที่ถือว่าเป็นไขมันที่ดี อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมแก่การนำมาประกอบอาหารในเมนูต่างๆ

ตามสถาบันโภชนาการ และการกำหนดอาหาร (Academy of Nutrition and Dietetics) แนะนำ ที่สำคัญคุณควรได้รับไขมันเหล่านี้เพียงแค่ 3-10 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น เพราะในบางครั้งก็อาจกลับกลายเป็นการสร้างผลเสียแก่สุขภาพร่างกายของเราได้แทน

ประโยชน์ของน้ำมันรำข้าวที่ช่วยปรับปรุงสุขภาพ

Ritika Samaddar หัวหน้านักโภชนาการของสถาบันสุขภาพ Max Healthcare ได้กล่าวว่า น้ำมันรำข้าวที่เรารู้จักกันนั้น อุดมไปด้วยวิตามินอีที่มีสารต้านอนุมูลอิสระจำพวก โทโคไตรอีนอล (Tocotrienols) โอไรซานอล (Oryzanol) และ สเตอรอล (Sterols) ในพืชธรรมชาติ ที่อาจสามารถให้คุณประโยชน์มากมายต่อภายในร่างกายของเราได้ ดังต่อไปนี้

  • มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และต้านการอักเสบ

เนื่องจากร่างกายของคนเรามีเอนไซม์หลายชนิดที่อาจเข้าไปส่งผลให้เกิดการอักเสบตามจุดต่างๆ ของอวัยวะภายใน โดยเฉพาะบริเวณหลอดเลือด จนบางครั้งทำให้ผู้ป่วยมีอาการหลอดเลือดตีบ เม็ดเลือดแดงแข็งตัว ซึ่งนำไปสู่การเกิดโรคหัวใจในที่สุด แต่เมื่อคุณมีการรับสารอาหารโอไรซานอล (Oryzanol) ที่อยู่ในน้ำมันรำข้าวเข้าไป อาจทำให้สารดังกล่าวข้างต้นนี้มีการไปยับยั้ง และต่อต้านปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation) ก่อนเกิดโรคร้ายตามมาได้ในที่สุด

จากการศึกษาหนึ่งในหลอดทดลองมีการค้นพบว่าสารประกอบโทโคไตรอีนอล (Tocotrienols) จากน้ำมันรำข้าว อาจมีคุณสมบัติในการปกป้องเซลล์ในร่างกายจากรังสีไอออไนซ์ (Ionizing radiation) ที่เป็นส่วนหนึ่งในการเกิดโรคมะเร็งได้ แต่ถึงอย่างไรยังคงจำเป็นอยู่มากที่นักวิจัยต้องทำการหาข้อพิสูจน์ และข้อเท็จจริงต่อไปถึงการใช้น้ำมันรำข้าวมายับยั้งเซลล์มะเร็ง

  • ส่งเสริมสุขภาพของหัวใจ

ในการทดลองกับอาสาสมัครผู้ที่ประสบกับโรคไขมันในเลือดสูง ทีมวิจัยนั้นได้ให้พวกเขารับประทานอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ และน้ำมันรำข้าวในปริมาณ 2 ช้อนโต๊ะต่อวัน ซึ่งผลการทดสอบสรุปได้ว่า ระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี มีอัตราการลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะถ้าหากมีระดับสูงขึ้นนั้นอาจทำให้เป็นการเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มน้ำหนักตัวคุณได้ด้วยเช่นกัน

  • ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

น้ำมันรำข้าวอาจมีส่วนช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณอยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้น โดยเป็นการเพิ่มความต้านทานต่ออินซูลิน เพราะเนื่องจากอินซูลินเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้คุณอาจเกิดความเสี่ยงประสบกับโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ได้

ผลข้างเคียงจากการใช้น้ำมันรำข้าวที่ควรรู้

ส่วนใหญ่แล้วน้ำมันรำข้าวค่อนข้างมีความปลอดภัยแก่ผู้นำมาบริโภค แต่บางกรณีนั้นก็อาจส่งผลข้างเคียงเหล่านี้ แก่ร่างกายของคุณได้เล็กน้อย

  • รู้สึกไม่สบายท้องประมาณ 2-3 สัปดาห์
  • มีก๊าซในช่องท้อง และลำไส้
  • ผื่นแดง พร้อมทั้งอาการคันบริเวณผิวหนัง

ที่สำคัญผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับอาหารทางเดินอาหาร หรือมีแผลในกระเพาะอาหาร ควรงดใช้น้ำมันรำข้าวอย่างเด็ดขาด เพราะอาจก่อให้คุณเกิดอาการแพ้อย่างหนักได้

Let's block ads! (Why?)



"สุขภาพ" - Google News
September 18, 2020 at 06:00AM
https://ift.tt/2ZPDuj7

ประโยชน์จาก "น้ำมันรำข้าว" ต้านอนุมูลอิสระ-ลดน้ำตาลในเลือด - Sanook
"สุขภาพ" - Google News
https://ift.tt/2TYvbic

Wednesday, September 16, 2020

ซื้อของฝากงาน 'เกษียณ' อย่างไร ไม่ให้ผู้ใหญ่เสีย 'สุขภาพ' - กรุงเทพธุรกิจ

seserpeer.blogspot.com

เปิดไอเดียของขวัญสำหรับมอบให้ผู้ใหญ่ที่เคารพรักในงานวัน "เกษียณ" ที่กำลังจะเกิดขึ้นหลายงานในช่วงเดือน ก.ย. - ต.ค. 2563 ขอเน้นว่าต้องดีต่อ "สุขภาพ" และสามารถใช้ประโยชน์ไปพร้อมกันได้

หากวันแรกของชีวิตการทำงานคือวันแห่งความสุข วันสุดเศร้าคงหนีไม่พ้นวัน "เกษียณ" ที่ถือเป็นการจากลาครั้งใหญ่ในชีวิตสำหรับผู้ใหญ่วัยทำงานโค้งสุดท้ายที่มีอายุ 60 ปี

ระเบียบการของพนักงานราชการไทย ระบุว่าพนักงานที่อายุเกิน 60 ขึ้นไป คือผู้ที่สิ้นกําหนดเวลารับราชการหรือการทํางาน ในขณะที่ระเบียบการของบริษัทเอกชนหลายแห่งก็มีการกำหนดวันสิ้นการทำงานเช่นเดียวกัน แต่จะมีช่วงอายุต่างกันไปตามนโยบาย เช่น 55 ปี, 60 ปี, 63 ปี เป็นต้น

และเพื่อให้การจากลาเป็นไปในแบบที่มีความสุขที่สุด การจัดงานเลี้ยงอำลาผู้ใหญ่วัย  "เกษียณ"  จึงกลายเป็นธรรมเนียมที่ต้องจัดในทุกๆ ปี และสิ่งที่ขาดไม่ได้ในงานวันเกษียณคือของฝากหรือของขวัญที่ลูกหลานหรือเพื่อนร่วมงานรุ่นน้องนิยมนำมามอบให้รุ่นพี่ที่กำลังจะอำลาหน้าที่การงานในวันแสดงมุทิตาจิต

160024845272

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

โดยเรามักจะเห็นว่าผู้คนส่วนใหญ่มักจะนิยมมอบกระเช้าเครื่องดื่มบำรุงร่างกาย  อาหารเสริม หรือของใช้จำพวกผ้าห่ม  ผ้าขนหนู  นาฬิกา   เป็นต้น แต่หารู้ไม่ว่าของบางอย่างที่เรามอบให้แก่รุ่นพี่ที่  "เกษียณ"  ไปนั้นอาจจะไม่มีความจำเป็น หรืออาจจะทำร้ายสุขภาพของพวกเขาได้อย่างคาดไม่ถึง

160024851191

  • กระเช้าของฝาก ภัยเงียบของวัย  "เกษียณ"

การให้กระเช้าที่ประกอบด้วยอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ เป็นหนึ่งในตัวเลือกของขวัญยอดนิยม แต่ถึงอย่างนั้นหากไปซื้อสำเร็จรูปตามห้างสรรพสินค้า ส่วนประกอบในกระเช้าก็มักจะประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับผู้สูงอายุ

160024852338

สุรา มีการห้ามนำสุรามาใส่ในกระเช้าของขวัญอยู่แล้ว การมอบกระเช้าที่มีสุราตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางกระเช้านั้น แสดงให้เห็นถึงความไม่ปรารถนาดีต่อผู้รับ เพราะสุราที่หยิบยื่นให้นั้น จะส่งผลให้ผู้รับเสี่ยงต่อโรคภัยต่างๆ เช่น ตับแข็ง ไขมันพอกตับ ความดันโลหิตสูง อ้วนลงพุง ตับอ่อนอักเสบ มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งตับ ฯลฯ

ผลไม้กระป๋อง ด้วยกรรมวิธีการผลิตต่างๆ มักส่งผลให้ผลไม้กระป๋องสูญเสียวิตามินอย่าง วิตามินซี วิตามินบีไป ไม่ได้คุณค่าอาหารเท่ากับผลไม้สดๆ และผลไม้กระป๋องส่วนใหญ่จะอุดมไปด้วยน้ำเชื่อม เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วนลงพุงได้หากรับประทานเป็นประจำ

คุ้กกี้ ช็อกโกแลต ขนมกรุบกรอบ นอกจากจะเป็นแหล่งของน้ำตาลแล้ว ขนมหวานที่บรรจุหีบห่อทั้งหลายยังเป็นแหล่งของไขมันทรานส์ ไขมันที่อันตรายต่อสุขภาพที่สุด พบว่าไขมันทรานส์เพิ่มระดับของคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีในเลือด

160024848266

ครีมเทียม หรือกาแฟ 3 in 1 ครีมเทียมเป็นชื่อสมมติ ความเป็นจริงแล้วผงสีขาวๆ ที่คุณกำลังใส่เข้าไปในกาแฟ คือน้ำมันปาล์มที่ผ่านกรรมวิธีปลอมตัวให้รสชาติเหมือนครีม ด้วยการใส่สารเคมีต่างๆ เข้าไป

หลายครั้งที่กระเช้าซึ่งถูกจัดหมวดหมู่อยู่ในกระเช้า   "สุขภาพ"  แต่เอาเข้าจริงๆ กลับพบว่ามีผลิตภัณฑ์ที่มีราคาแพงแต่ไม่ได้มีประโยชน์ต่อสุขภาพ  ถูกเอามาปะปนอยู่ในกระเช้า เช่น รังนกสำเร็จรูปพร้อมดื่ม  น้ำผลไม้สำเร็จรูป ผลไม้ตากแห้งรสหวาน ฯลฯ   ส่งผลให้กระเช้าเหล่านี้มีราคาสูงเกินความจำเป็น

เมื่อพบว่ามีผลิตภัณฑ์อาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อผู้สูงอายุมาอยู่ในกระเช้าลักษณะนี้ ก็ไม่ควรซื้อไปมอบให้ผู้ใหญ่วัย "เกษียณ"  แต่มีวิธีที่ดีกว่านั้น! โดย พญ. ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล มีคำแนะนำว่าหากต้องการมอบกระเช้าเป็นของขวัญ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ทางเลือกอื่นๆ หรือการซื้อสินค้ามาจัดลงกระเช้าเองจะได้ประโยชน์และดีต่อ "สุขภาพ" ของผู้สูงอายุมากกว่า  กรุงเทพธุรกิจออนไลน์  มีไอเดียการหาซื้อของมาจัดกระเช้าสำหรับวัย  "เกษียณ"  มาแนะนำดังนี้

160024855555

1.   จากขวดสุรา ควรเปลี่ยนเป็น ขวดน้ำมันมะกอก

น้ำมันมะกอก หรือ 100% Extra-virgin olive oil เป็นน้ำมันที่ประกอบไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่ดีต่อสุขภาพ สามารถนำมาทำน้ำสลัด หรือประกอบอาหารแบบใช้ไฟอ่อนๆ ได้ ที่สำคัญคือ รูปทรงสีสันของขวดนั้น ดูหรูหราสง่างามไม่แพ้ขวดสุราเลยทีเดียว

2.   จากผลไม้กระป๋อง ควรเปลี่ยนเป็นผลไม้สด

แน่นอนว่าผักผลไม้สดๆ ย่อมมีประโยชน์ต่อ "สุขภาพ"  ของผู้สูงอายุมากกว่าผลไม้กระป๋อง  แถมยังมีสีสันที่สวยงาม บ่งถึงความตั้งใจจริงที่มีให้กับผู้รับ

3.   จากขนมหวานจัด ควรเปลี่ยนเป็นขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ

สำหรับขนมขบเคี้ยวเพื่อ "สุขภาพ"  นั้นปัจจุบันมีสินค้าแนวนี้ออกมาให้เลือกหลากหลาย ได้แก่ กระเจี๊ยบมอญอบกรอบ, บร็อคโคลี่อบแห้ง, งาดำอัดแท่งหวานน้อย, ลูกเดือยกล้องอบกรอบ, ถั่วเปลือกแข็งอบไม่ปรุงรส (อัลมอนด์ วอลนัท),  ดาร์คช็อคโกแล็ต (มี cocoa มากกว่า 70%) เป็นต้น

4.   จากกาแฟสำเร็จรูป ควรเปลี่ยนเป็นใบชา

สำหรับใบชาแห้งที่น่าสนใจ  ได้แก่  ชาเขียว, ชาอู่หลง, ชาหอมหมื่นลี้  ซึ่งชาเหล่านี้มีสารต้านอนุมูลอิสระ และสารต้านมะเร็ง เปรียบได้กับการอวยพรให้ผู้รับมีสุขภาพดี สดใส แข็งแรง

160024854162

  • ทางเลือกของฝากอื่นๆ เปลี่ยนจากกระเช้าเป็นอะไรดี?

นอกจากกระเช้าของขวัญแล้ว หากใครยังไม่มีไอเดียมอบของในวันอำลาเกษียณแบบไม่จำเจ เว็บไซต์ต่างๆ ก็มีการจัดอันดับของน่าซื้อ เราได้รวบรวมมาแนะนำเป็นทางเลือกให้อีกเช่นกัน ดังนี้

1. กรอบรูป หรือภาพถ่าย

ของขวัญวันเกษียณอายุที่ยอดนิยมสุดๆ คือ กรอบรูปสวยงาม หรือภาพถ่ายของผู้ใหญ่ท่านนั้น ที่ใส่กรอบหรืออัดมาอย่างสวยงาม เพราะคงไม่มีใครเกลียดรูปของตัวเองลงแน่ๆ ซึ่งคุณอาจจะเลือกเป็นภาพถ่ายในมุมเท่ๆ หรือน่ารักๆ อันนี้ขึ้นอยู่กับบุคลิกของผู้ใหญ่แต่ละท่าน ซึ่งรับรองว่าใครที่ได้ของขวัญชิ้นนี้ไปเป็นต้องชอบมากแน่นอน

2. เครื่องเบญจรงค์

การซื้อเครื่องเบญจรงค์ให้ผู้ใหญ่วัยเกษียณแสดงว่าคุณมองท่านเป็นผู้ใหญ่ที่สำคัญไม่แพ้บุคคลระดับสูงเลย เพราะเป็นของฝากที่บรรดาบุคคลระดับ VIP เลือกซื้อเป็นของขวัญหรือของฝาก ยิ่งถ้ามีลายสวยๆ อย่างลายกุหลาบ ที่ผู้ใหญ่วัยเกษียณชอบเลือกแบบเน้นขอบมากกว่าไม่เน้นขอบและมีสีสันที่ชัดเจน เพราะคิดว่าจะพยายามทำตัวทำใจให้กระชุ่มกระชวยไม่ยอมแพ้ความแก่ เอาสดใสไว้ก่อนเพื่อเรียกพลัง ดังนั้น การเลือกซื้อเบญจรงค์ให้ผู้ใหญ่ ควรคำนึงถึงสีสันและลวดลายที่ท่านชื่นชอบ เพราะแต่ละท่านอาจจะมีความชอบไม่เหมือนกัน

3. ต้นไม้

การปลูกต้นไม้เป็นกิจกรรมที่คนวัยเกษียณให้ความนิยมเพื่อใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และเป็นการออกกำลังกายที่ให้ความเพลิดเพลิน รวมถึงเกิดความภาคภูมิใจเมื่อเห็นการเจริญเติบโตของเหล่าพืชพันธุ์ที่ได้เลือกสรร จัดวาง และลงแรงปลูกไว้เพื่อสุขภาพของตนเองในด้านบวก ลดความเครียด และทำให้อากาศบริสุทธิ์อีกด้วย

4.  อุปกรณ์ส่งเสริมสุขภาพ

อุปกรณ์ส่งเสริมสุขภาพ ได้แก่ ไม้นวดเพื่อสุขภาพ, ถุงประคบร้อนธัญพืช, แผ่นประคองหลัง เป็นต้น โดยอุปกรณ์ส่งเสริมสุขภาพเหล่านี้ ผู้สูงอายุสามารถนำไปใช้นวดหรือประคบตามร่างกาย เพื่อกระตุ้นระบบต่างๆ ในร่างกายให้ผ่อนคลาย หรือบรรเทาอาการปวดเมื่อยได้ น่าจะเป็นของขวัญที่ถูกใจรุ่นพี่วัย  "เกษียณ"  ได้ไม่มากก็น้อย

แต่อย่าลืมว่า.. ของขวัญเหล่านี้เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งในการแสดงความยินดีกับผู้ที่  "เกษียณอายุ"  เท่านั้น  ไม่จำเป็นว่าต้องให้ของขวัญราคาแพงเสมอไป แค่ไปร่วมแสดงความยินดีในวันอำลาหน้าที่การงานของผู้ใหญ่ที่เคารพรักด้วยความจริงใจ ก็ทำให้รุ่นพี่วัยเกษียณมีความสุขมากกว่าได้รับของขวัญเป็นไหนๆ

อ้างอิง 

.wemall.com  เครือข่ายคนไทยไร้พุง  trainflix.com

Let's block ads! (Why?)



"สุขภาพ" - Google News
September 16, 2020 at 08:30PM
https://ift.tt/35Q6zP4

ซื้อของฝากงาน 'เกษียณ' อย่างไร ไม่ให้ผู้ใหญ่เสีย 'สุขภาพ' - กรุงเทพธุรกิจ
"สุขภาพ" - Google News
https://ift.tt/2TYvbic

Tuesday, September 15, 2020

Smart Nation ของจริง สิงคโปร์จับมือ Apple กระตุ้นประชาชนดูแลสุขภาพผ่านแอปฯ LumiHealth มอบเงินรางวัลสูงสุด 8700 บาท - thestandard.co

seserpeer.blogspot.com

หนึ่งในเรื่องที่น่าสนใจไม่แพ้การเปิดตัว Apple Watch Series 6 และโมเดล SE ในงาน Apple Event ที่เพิ่งจบไปเมื่อช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา คือการที่ ทิม คุก ซีอีโอของ Apple ได้ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ ‘สิงคโปร์’ ในการให้บริการโครงการด้านสุขภาพผ่านแอปพลิเคชัน ‘LumiHealth’ และอุปกรณ์อย่าง Apple Watch เพื่อกระตุ้นให้พลเมืองในประเทศหันมาดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย โภชนาการ และการทำกิจกรรมต่างๆ ที่โปรแกรมแนะนำ

แผนความร่วมมือดังกล่าวอยู่ภายใต้แนวคิด ‘Smart Nation’ ของประเทศสิงคโปร์ โดยโปรแกรมทั้งหมดเกิดขึ้นจากการออกแบบร่วมกันระหว่างคณะกรรมการการสร้างเสริมสุขภาพ (Health Promotion Board) ของสิงคโปร์และ Apple ที่พยายามจะนำเทคโนโลยีและข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมมาผสมผสานให้เกิดประโยชน์กับภาคประชาชนและภาคธุรกิจ โดยจะเริ่มใช้บริการได้ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม 2020 เป็นต้นไป (ตอนนี้ประชาชนในสิงคโปร์จะต้องกดพรีออร์เดอร์ตัวแอปพลิเคชันไว้ล่วงหน้าก่อน)

รูปแบบก็คือ LumiHealth จะนำประโยชน์ของ Apple Watch มาใช้งานเพื่อแจ้งเตือน ออกแบบโปรแกรม การฝึกสอนกิจกรรม และสิ่งจูงใจที่เหมาะกับผู้ใช้งานแต่ละคนผ่านอินเทอร์เฟซที่มีหน้าตาเหมือนเกม โดยคาแรกเตอร์ตัวการ์ตูนของเราจะเดินทางไปยังโลกต่างๆ พร้อมสะสมคะแนนเพิ่มเติมในการเดินทางตามการออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพของเรา 

โดยมีเงินรางวัลตอบแทนสูงสุดมูลค่า 380 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 8,700 บาท ตลอดการเข้าร่วมโครงการเป็นระยะเวลากว่า 2 ปี (จำเป็นต้องมีแอปพลิเคชัน LumiHealth และ Apple Watch เพื่อใช้งาน) ซึ่งเงินรางวัลหรือพอยต์ดังกล่าวก็สามารถนำไปใช้แลกเปลี่ยนเป็นสินค้าผ่านพาร์ตเนอร์ร้านค้าปลีกมากกว่า 25 แห่ง

ทั้งนี้ตัวโปรแกรมการดูแลสุขภาพและกิจกรรมการออกกำลังกายของ LumiHealth และ Apple Watch มีแนวคิดการออกแบบแผนการดูแลสุขภาพร่วมกันในรูปแบบ ‘Personalized’ ที่ต้องมีประสิทธิภาพสูงสุด ถูกออกแบบขึ้นมาให้มีความเหมาะสมกับประชาชนแต่ละคนโดยเฉพาะ ด้วยการนำข้อมูลของผู้ใช้งานโดยได้รับความยินยอมจากผู้ใช้มาผสมผสานกับโปรแกรมออกกำลังกายและกิจกรรมต่างๆ (ยังคงรักษามาตรฐานความปลอดภัยด้านความเป็นส่วนตัว มีการเข้ารหัส และไม่มีการนำข้อมูลผู้ใช้งานไปใช้ประโยชน์ด้านการตลาดต่อ) 

เฮงสวีเกียต รองนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ กล่าวถึงความร่วมมือที่เกิดขึ้นกับ Apple ว่า “ความร่วมมือระหว่างสิงคโปร์และ Apple ในครั้งนี้จะช่วยให้ชาวสิงคโปร์เดินหน้าไปสู่การมีสุขภาพที่ดีขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือความร่วมมือนี้จะช่วยให้ได้มาซึ่งข้อมูลเชิงลึกที่ล้ำค่าต่อการพัฒนาสุขภาพของผู้คนทั่วโลก”

ทั้งนี้ มีการให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าความร่วมมือระหว่างสิงคโปร์กับ Apple บน LumiHealth ในครั้งนี้จะเป็นเหมือนต้นแบบความร่วมมือด้านสุขภาพในระดับประเทศ ซึ่ง Apple ก็จะเรียนรู้จากผลตอบรับที่เกิดขึ้นจากการให้บริการจริงเพื่อเปิดโอกาสในการทำงานร่วมกันกับรัฐบาลประเทศอื่นๆ ในลักษณะและรูปแบบที่ใกล้เคียงกัน

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

Let's block ads! (Why?)



"สุขภาพ" - Google News
September 16, 2020 at 03:09AM
https://ift.tt/3hBoviG

Smart Nation ของจริง สิงคโปร์จับมือ Apple กระตุ้นประชาชนดูแลสุขภาพผ่านแอปฯ LumiHealth มอบเงินรางวัลสูงสุด 8700 บาท - thestandard.co
"สุขภาพ" - Google News
https://ift.tt/2TYvbic

เจี๊ยบ โสภิตนภา สวย สุขภาพดี เพราะสามี ช่วยเทรนเนอร์-ช่างภาพส่วนตัว - ข่าวสด

seserpeer.blogspot.com

เจี๊ยบ โสภิตนภา สวย สุขภาพดี - เรียกว่าเป็นสาวแซ่บ สุขภาพดี ในวัย 44 ปีเลยก็ว่าได้ สำหรับนักแสดงสาวสวย เจี๊ยบ โสภิตนภา ชุ่มภาณี ได้เปิดเผยเคล็ดลับการออกกำลังกาย กับเทรนเนอร์ฝีมือดีซึ่งก็คือ เบียร์ สามีของเธอนั่นเองที่มักจะชอบออกมาเตือนให้ออกกำลังกาย วิดพื้น ทานอาหารคลีน จนมีหุ่นที่เฟิร์มสุดแข็งแรง ถ่ายภาพออกมาเป๊ะทุกองศา เพราะว่านอกจากสามีจะเป็นเทรนเนอร์แล้วยังได้รับหน้าที่ช่างกล้องส่วนตัวด้วยจ้า

ล่าสุด เจี๊ยบ โสภิตนภา ได้เดินทางมาเป็นคณะกรรมการในงาน "ไทยซูเปอร์โมเดลคอนเทสต์ 2020" ที่ ช่อง 7 HD เลยได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงที่มาของข้อความใต้ภาพ "biathai" เครดิตภาพที่สามีถ่ายภาพให้นั่นเอง

ความแซ่บของพี่เจี๊ยบทุกคนยอมจริงนะ?

"ขอบคุณค่ะ ต้องขอบคุณสามี พี่เบียร์เขาจะตักเตือนให้เราออกกำลังกาย หรือรับประทาน เพราะเราชอบทานของทอด พี่เบียร์เขาจะมีแอพพลิเคชั่นในมือถือ แล้วพอตื่นเช้ามาเขาจะใส่โปรแกรมออกกำลังกายไว้ให้เรา แล้วเขาก็จะเตือนว่าช่วงไหนมีเอว มีหน้าท้อง แล้วนะ แขนด้วย อย่าลืมวิดพื้น ขอบคุณสามีค่ะ"

เรียกว่าเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวไหม?

"เป็นเทนเนอร์ส่วนตัวแล้วก็ รูปทั้งหมดที่ลงในไอจีพี่เบียร์เป็นคนถ่าย photo by biathai เพราะฉะนั้นปลอดภัยค่ะ "

เจี๊ยบ โสภิตนภา สวย สุขภาพดี

ออกกำลังกายหนักแค่ไหน?

"จริงๆก็บอกว่าเจี๊ยบเป็นคนดูแลตัวเองตั้งแต่เด็กคืออย่างวันนี้ออกกำลังกาย 5-10 นาที ทำอยู่สม่ำเสมอแต่ไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาขนาดนั้น บางวันถ้ามีเวลาคุณสามีอยู่บ้านก็ออกกำลังกายเป็นชั่วโมงด้วยกัน"

ส่วนตัวถ้าสามีไม่บังคับเราเป็นคนชอบออกกำลังกายไหม?

"เอาจริงๆไม่ได้เป็นคนชอบออกกำลังกายแล้วก็ไม่ได้เป็นคนกินอาหารคลีน แต่ว่าพี่เบียร์บางทีเขาก็จะดูแลเรื่องเหล่านี้ให้ด้วยค่ะ พี่เบียร์ทานคลีนส่วนเจี๊ยบ ถ้าวันไหนอยู่ด้วยกันเขาก็จะเตือนให้ทานผักผลไม้ ดูแลสุขภาพ แต่ถ้าอยู่กับเพื่อนฝูงก็เต็มที่ค่ะ "

เจี๊ยบ โสภิตนภา สวย สุขภาพดี

แสดงว่าคุณสามีซีเรียสเรื่องน้ำหนักมากกว่าตัวเราอีก?

"คือเขาไม่ได้คิดเรื่องน้ำหนักเขาคิดเรื่อง สุขภาพ บางทีเราเห็นตัวเองในทีวี แบบโห...ทำไมแขน เขาก็บอกถ้าบ่นก็ต้องดูแลตัวเอง เหมือนช่วย เพราะจริงๆเจี๊ยบไม่ได้อายุน้อยแล้ว 44 แล้วนะคะ เขาก็อยากให้สุขภาพดีด้วยค่ะ "

แซ่บไม่แพ้หนุ่มๆเลย?

"ก็แซ่บค่ะ มันไม่ได้อยู่ที่สุขภาพหรอก เจี๊ยบอยากให้เขาสุขภาพดีมากกว่า เพราะเรามีลูกชาย ลูกชายก็อายุ 14 แล้วการที่พ่อแม่สุขภาพดีก็เป็นตัวอย่างให้ลูกๆด้วย"

ล่าสุดก็เลยจัดทริปเลยชุดว่ายน้ำเบาๆ?

"คุณสามีที่เห็นว่าเจี๊ยบถ่าย บางทีเจี๊ยบลงอยู่ 3-4 วัน คุณสามีให้เวลา 15 นาที ฉันก็จะมีกระเป๋าหนึ่งใบใส่ชุดนั้นชุดนี้เปลี่ยนแล้วก็วิ่งถ่าย สองคนพ่อลูกเขาชอบถ่ายรูปให้เรา"

แพ็กชุดว่ายน้ำไปเลยทริปนี้ ?

"เขาก็จะเลือกให้ด้วยก่อนไป สแกนก่อน จริงๆจะไม่ได้เป็นคนที่จะมีหุ่นเซ็กซี่อะไรเลย มันไม่ได้จะเห็นอะไรที่มันแว๊บแวมอยู่แล้ว บางครั้งใส่ทูพีชก็ไม่มีอะไรเลย หันหน้าหันหลังคล้ายๆกัน(ยิ้ม)"

เจี๊ยบ โสภิตนภา สวย สุขภาพดี

คนที่บ้านไฟเขียวแล้วก็มั่นใจส่วนหนึ่ง?

"จริงๆก็เหมือนสนุกสนานเป็นนางแบบให้กับสามีและลูกมากกว่าค่ะ "

แซ่บมัดใจสามีไหมคะ?

"จริงๆเจี๊ยบทำคุณโสภิตก็จะมีคลิป ผัวรักผัวหลง สำหรับเจี๊ยบเวลาเราตั้งใจทำงาน การที่เราตั้งใจ ดูแลสามีและลูกก็เป็นหนึ่ง ในความตั้งใจเพราะอายุเราก็ไม่ได้เป็นเด็กๆกัน สำหรับเจี๊ยบก็ตั้งใจทำให้ดีที่สุด ในการดูแลครอบครัวด้วยค่ะ"

เห็นเขามาชื่นชมแล้วชื่นใจไหม?

"ต้องขอบพระคุณค่ะ ขอบคุณพี่เบียร์ด้วย อาจจะเป็นเพราะตัวเจี๊ยบเองชินกับการที่ดูแลตัวเองด้วย สมมุติว่ามีก้นมีแขนก็มีวิธีที่จะดูแลตัวเอง "

เจี๊ยบ โสภิตนภา สวย สุขภาพดี

จะมีโอกาสได้เห็นเจี๊ยบถ่ายแบบในแนวนี้ไหม?

"คงไม่มีแล้วค่ะ(ยิ้ม) แม่และเด็กนะคะ"

อาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้สาววัยเดียวกับพี่เจี๊ยบลุกมาปฏิวัติให้ตัวเองบ้าง?

"สำหรับเจี๊ยบไม่ใช่ว่าจะต้องมีซิกแพก แต่คือลุกส์สุขภาพดีมากกว่าเป็นจุดมุ่งหมายมากกว่า คือบางทีบางวันเจี๊ยบก็ปล่อยปะละเลยบางส่วนเหมือนกัน สำหรับเจี๊ยบการมีสุขภาพดีมันมีความสุขที่สุดแล้วค่ะ"

ขอบคุณรูปภาพ : jeabsopidnapa

อ่านข่าวเพิ่มเติม : เจี๊ยบ โสภิตนภา โพสต์ซึ้งวันครบรอบแต่งงาน ขอบคุณสามีที่อยู่เคียงข้างทุกวัน

Let's block ads! (Why?)



"สุขภาพ" - Google News
September 16, 2020 at 11:29AM
https://ift.tt/3hBzEAi

เจี๊ยบ โสภิตนภา สวย สุขภาพดี เพราะสามี ช่วยเทรนเนอร์-ช่างภาพส่วนตัว - ข่าวสด
"สุขภาพ" - Google News
https://ift.tt/2TYvbic

แอปเปิล-สิงคโปร์ร่วมผุดโครงการส่งเสริมสุขภาพประชาชนโดยใช้ Apple - อาร์วายที9

seserpeer.blogspot.com

บริษัทแอปเปิล อิงค์ของสหรัฐ และรัฐบาลสิงคโปร์ประกาศความร่วมมือในโครงการริเริ่มด้านสุขภาพ LumiHealth ซึ่งเป็นโครงการเฉพาะบุคคลเพื่อส่งเสริมกิจกรรมและพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพโดยใช้แอปเปิล วอทช์ (Apple Watch)

โครงการดังกล่าวได้รับการออกแบบโดยคณะกรรมการส่งเสริมสุขภาพของสิงคโปร์ร่วมกับแอปเปิล อันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่ม Smart Nation ของสิงคโปร์ ซึ่งเป็นความพยายามระดับชาติในการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนและธุรกิจ

แอปเปิลระบุในแถลงการณ์ว่า โครงการระยะ 2 ปีดังกล่าวจะเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนต.ค.นี้ โดยแอปพลิเคชัน LumiHealth ซึ่งจะเปิดตัวในเดือนต.ค. จะแนะนำให้ผู้ใช้งานปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ที่กำหนดตามอายุ, เพศ และน้ำหนักของแต่ละบุคคล

เฮง สวี เกียต รองนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ระบุว่า "แม้ว่าเราทุกคนทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายของโรคโควิด-19 เรายังคงต้องลงทุนในอนาคตของเรา และไม่มีการลงทุนใดดีไปกว่าการลงทุนสำหรับสุขภาพของเราเอง"

เจฟฟ์ วิลเลียมส์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของแอปเปิลกล่าวว่า "สิงคโปร์มีระบบการดูแลสุขภาพชั้นนำของโลก และเรารู้สึกตื่นเต้นกับการรวม Apple Watch และแอปพลิเคชัน LumiHealth เข้าด้วยกันเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

แอปเปิลระบุว่า โครงการดังกล่าวนับเป็นโครงการแรกที่รัฐบาลเสนอเงินรางวัลให้กับประชาชนที่เข้าร่วมทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสุขภาพ

ทั้งนี้ ผู้ลงทะเบียนในแอป LumiHealth เพื่อเข้าร่วมโครงการจะได้รับเงินรางวัลราว 380 ดอลลาร์สิงคโปร์ (280 ดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ อาทิ การทำสมาธิ, การเดิน, การว่ายน้ำ, การนอนหลับที่มีคุณภาพดีขึ้น ตลอดจนการดำเนินการด้านสาธารณสุข อาทิ การฉีดวัคซีน อาทิเช่น ทันทีที่มีวัคซีนโควิด-19 แอป LumiHealth ก็จะผลักดันให้ผู้ใช้งานไปฉีดวัคซีนดังกล่าว


Let's block ads! (Why?)



"สุขภาพ" - Google News
September 16, 2020 at 10:27AM
https://ift.tt/3iA0l9V

แอปเปิล-สิงคโปร์ร่วมผุดโครงการส่งเสริมสุขภาพประชาชนโดยใช้ Apple - อาร์วายที9
"สุขภาพ" - Google News
https://ift.tt/2TYvbic

อลิอันซ์ อยุธยา ชูประกันสุขภาพเหมาจ่ายค่ารักษาสูง 3-15 ล้านบาท - โพสต์ทูเดย์

seserpeer.blogspot.com

อลิอันซ์ อยุธยา ชูประกันสุขภาพเหมาจ่ายค่ารักษาสูง 3-15 ล้านบาท

วันที่ 16 ก.ย. 2563 เวลา 10:08 น.

อลิอันซ์ อยุธยา ตอกย้ำผู้นำความคุ้มครองสุขภาพ เปิดตัวแคมเปญโฆษณา “พร้อมให้พอ” ชูประกันสุขภาพปลดล็อคอัลตร้า เหมาจ่ายค่ารักษาสูง 3-15 ล้านบาท

นางสาวพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบริหารงานลูกค้า บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดตัวแคมเปญโฆษณาใหม่ของปีนี้ จัดทำขึ้นภายใต้แนวคิด “พร้อมให้พอ” ที่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการมีประกันคุ้มครองสุขภาพ เนื่องจากการเจ็บป่วยสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในปีนี้ ที่มีสถานการณ์การของโรคอุบัติใหม่ เช่น COVID-19 ทำให้ประชาชนมีความตระหนักรู้มากขึ้นถึงความสำคัญของการมีความคุ้มครองเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่สูงขึ้นทุกวัน ทั้งด้วยความร้ายแรงของโรค และเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัยมากขึ้น สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาลในประเทศไทยที่เพิ่มสูงขึ้นประมาณ 9% ต่อปี การมองหาความคุ้มครองสุขภาพที่มากพอจึงเป็นสิ่งจำเป็น

หนังโฆษณา “พร้อมให้พอ” เล่าเรื่องผ่านตัวละครหญิงสาวสองคน ซึ่งสะท้อนให้เห็นชีวิตของคนเมืองในวัยทำงานที่เกิดป่วยเกิดขึ้น โดยเธอตั้งคำถามว่าโรคร้ายที่เกิดขึ้นนั้นมาจากสาเหตุอะไร ไม่ว่าจะเป็นการกิน การใช้ชีวิต การออกกำลัง การทำงานที่สะสมความเครียด หรือ การเกิดโรคอุบัติใหม่ แต่ไม่ว่าโรคจะเกิดจากสาเหตุอะไร สิ่งสำคัญที่ควรตระหนัก คือ โรคเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเมื่อ ดังนั้นเราต้องเตรียมความพร้อมค่ารักษาให้เพียงพอ ด้วย “ประกันสุขภาพ ปลดล็อค อัลตร้า” ที่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลตามจริงตั้งแต่ 3-15 ล้านบาท หนังโฆษณาชุดนี้กำกับโดยคุณธีระพล สุเนต์ตา Suneta House และครีเอทีฟคุณประสิทธิ์ วิทยสัมฤทธิ์ บริษัท ชูใจ และ กัลยาณมิตร

นางสาวพัชรา กล่าวเพิ่มเติมว่า โฆษณาชุดนี้ เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายที่มีอายุ 30 ขึ้นไป เป็นคนทำงาน พนักงานออฟฟิศที่มีงานประจำ หรือเป็นเจ้าของกิจการ เพราะจากงานวิจัยตลาดจะเห็นว่าคนกลุ่มนี้ เริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหลังสถานการณ์โควิด 19 ที่คนในวัยดังกล่าวหันมาซื้อประกันสุขภาพเพราะตระหนักถึงโรคร้ายที่อาจเกิดกับใครในวัยใดก็ได้ทั้งนั้น นอกจากนั้น เรายังได้ทำการตัดต่อโฆษณาชุดนี้ให้เป็นหลายเวอร์ชั่น เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอายุ 30+ ที่แตกต่างกัน โดยตัดต่อในแบบยาวนำเสนอเนื้อหาที่เน้นไปที่เหตุผลความจำเป็นของการมีประกันคุ้มครองสุขภาพ สำหรับเผยแพร่ช่องทางออนไลน์เพื่อจับกลุ่มคนอายุ 30-40 ปี และตัดต่อในแบบสั้นที่เน้นไปที่ผลิตภัณฑ์คุ้มครองที่ให้ความคุ้มครองสูงสุดตั้งแต่ 3-15 ล้านบาท เพื่อออกอากาศทางโทรทัศน์ สำหรับกลุ่มเป้าหมาย 40+ โดยทุ่มงบประมาณในแคมเปญนี้ทั้งหมด 80 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะช่วยดันยอดสุขภาพ ปลดล็อค อัลตร้า สร้างเบี้ยประกันภัยรับปีแรกที่ 420 ล้านบาท ภายใน 12 เดือนหลังจากเปิดตัว พร้อมเติบโตพอร์ทธุรกิจประกันสุขภาพ 10%

“ประกันสุขภาพ ปลดล็อค อัลตร้า” เป็นแบบประกันสุขภาพที่ให้สิทธิประโยชน์แก่ลูกค้ามากกว่าเดิม โดยลูกค้าจะได้รับความคุ้มครองเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 15 ล้านบาทต่อปี พร้อมให้ความคุ้มครองนานถึงอายุ 90 ปี มีทั้งหมด 4 แผน ประกอบด้วยจำนวนเงินเอาประกันภัย 3 ล้าน 6 ล้าน 10 ล้านและ 15 ล้านบาท สมัครได้ตั้งแต่อายุ 1 เดือน 1 วัน ถึง 70 ปี (ต่อสัญญาได้ถึงอายุ 89 ปี คุ้มครองถึงอายุ 90 ปี)โดยเป็นสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น ไม่เพียงแต่ให้สิทธิการเบิกจ่ายตามจริง เมื่อต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล อาทิ ค่าผ่าตัด ค่าเครื่องมือแพทย์ ค่าวางยาสลบ ค่ารถพยาบาล และความคุ้มครองผู้ป่วยนอก เช่น กรณีอุบัติเหตุที่รักษาภายใน 24 ชั่วโมง รวมถึงการผ่าตัดเล็กที่ไม่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล แต่ยังเพิ่มความพิเศษด้วยการปลดล็อคค่าล้างไต ค่าเคมีบำบัด ค่ารังสีบำบัด และค่ารักษาพยาบาลกรณีต้องเข้ารับการรักษาในห้องผู้ป่วยวิกฤติ (ICU) รวมทั้งกรณีที่ตรวจพบว่าติดเชื้อ COVID-19 และไวรัสอื่นๆ โดยจ่ายตามจริงภายใต้วงเงินคุ้มครองตามแผนที่ลูกค้าเลือก”

สถานการณ์โควิด 19 ที่เพิ่งผ่านไป ถือเป็นสถานการณ์ที่ทำให้หลายคนตระหนักถึงความเสี่ยงของโรคร้ายที่จะเกิดขึ้นกับใครก็ได้ จึงเป็นโอกาสดีที่โฆษณาชุดนี้จะช่วยกระตุ้นและตอกย้ำถึงความจำเป็นของการมีประกันคุ้มครองสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์ “สุขภาพ ปลดล็อค อัลตร้า” ของอลิอันซ์ อยุธยา ที่มีความทันสมัย ทันเหตุการณ์ มีความคุ้มค่าคุ้มราคา และสามารถเป็นหลักประกันสร้างความอุ่นใจ เพราะโรคมันไม่เลือก เราจึงต้องพร้อมให้มากพอ” นางสาวพัชรา กล่าวทิ้งท้าย

Let's block ads! (Why?)



"สุขภาพ" - Google News
September 16, 2020 at 10:30AM
https://ift.tt/3krRnvX

อลิอันซ์ อยุธยา ชูประกันสุขภาพเหมาจ่ายค่ารักษาสูง 3-15 ล้านบาท - โพสต์ทูเดย์
"สุขภาพ" - Google News
https://ift.tt/2TYvbic

อลิอันซ์ อยุธยา ตอกย้ำผู้นำความคุ้มครองสุขภาพ เปิดตัวแคมเปญโฆษณา - อาร์วายที9

seserpeer.blogspot.com
อลิอันซ์ อยุธยา ตอกย้ำผู้นำความคุ้มครองสุขภาพ เปิดตัวแคมเปญโฆษณา “พร้อมให้พอ”

กรุงเทพฯ--16 ก.ย.--ไอเดีย เวิร์คส์ คอมมิวนิเคชั่นส์

อลิอันซ์ อยุธยา ตอกย้ำผู้นำความคุ้มครองสุขภาพ เปิดตัวแคมเปญโฆษณา “พร้อมให้พอ” ชู ประกันสุขภาพปลดล็อคอัลตร้า เหมาจ่ายค่ารักษาสูง 3-15 ล้านบาท

อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต ผู้นำผลิตภัณฑ์คุ้มครองชีวิตและสุขภาพ เปิดตัวแคมเปญหนังโฆษณาล่าสุด “พร้อมให้พอ” ตอกย้ำความสำคัญของการมีประกันในยุคปัจจุบัน กระตุ้นคนไทยให้เตรียมพร้อมรับทุกความเสี่ยงจากโรคที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อกับทุกคน เพราะโรคมันไม่เลือก เราจึงต้องพร้อมให้มากพอ โดยชูผลิตภัณฑ์เรือธง “สุขภาพ ปลดล็อค อัลตร้า” เหมาจ่ายค่ารักษาพยาบาล ด้วยความคุ้มครองตั้งแต่ 3-15 ล้านบาท หวังเป็นแคมเปญสำคัญกระตุ้นยอดขายช่วงปลายปี

นางสาวพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบริหารงานลูกค้า บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดตัวแคมเปญโฆษณาใหม่ของปีนี้ จัดทำขึ้นภายใต้แนวคิด “พร้อมให้พอ” ที่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการมีประกันคุ้มครองสุขภาพ เนื่องจากการเจ็บป่วยสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในปีนี้ ที่มีสถานการณ์การของโรคอุบัติใหม่ เช่น COVID-19 ทำให้ประชาชนมีความตระหนักรู้มากขึ้นถึงความสำคัญของการมีความคุ้มครองเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่สูงขึ้นทุกวัน ทั้งด้วยความร้ายแรงของโรค และเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัยมากขึ้น สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาลในประเทศไทยที่เพิ่มสูงขึ้นประมาณ 9% ต่อปี การมองหาความคุ้มครองสุขภาพที่มากพอจึงเป็นสิ่งจำเป็น

หนังโฆษณา “พร้อมให้พอ” เล่าเรื่องผ่านตัวละครหญิงสาวสองคน ซึ่งสะท้อนให้เห็นชีวิตของคนเมืองในวัยทำงานที่เกิดป่วยเกิดขึ้น โดยเธอตั้งคำถามว่าโรคร้ายที่เกิดขึ้นนั้นมาจากสาเหตุอะไร ไม่ว่าจะเป็นการกิน การใช้ชีวิต การออกกำลัง การทำงานที่สะสมความเครียด หรือ การเกิดโรคอุบัติใหม่ แต่ไม่ว่าโรคจะเกิดจากสาเหตุอะไร สิ่งสำคัญที่ควรตระหนัก คือ โรคเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเมื่อ ดังนั้นเราต้องเตรียมความพร้อมค่ารักษาให้เพียงพอ ด้วย “ประกันสุขภาพ ปลดล็อค อัลตร้า” ที่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลตามจริงตั้งแต่ 3-15 ล้านบาท หนังโฆษณาชุดนี้กำกับโดยคุณธีระพล สุเนต์ตา Suneta House และครีเอทีฟคุณประสิทธิ์ วิทยสัมฤทธิ์ บริษัท ชูใจ และ กัลยาณมิตร

นางสาวพัชรา กล่าวเพิ่มเติมว่า โฆษณาชุดนี้ เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายที่มีอายุ 30 ขึ้นไป เป็นคนทำงาน พนักงานออฟฟิศที่มีงานประจำ หรือเป็นเจ้าของกิจการ เพราะจากงานวิจัยตลาดจะเห็นว่าคนกลุ่มนี้ เริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหลังสถานการณ์โควิด 19 ที่คนในวัยดังกล่าวหันมาซื้อประกันสุขภาพเพราะตระหนักถึงโรคร้ายที่อาจเกิดกับใครในวัยใดก็ได้ทั้งนั้น นอกจากนั้น เรายังได้ทำการตัดต่อโฆษณาชุดนี้ให้เป็นหลายเวอร์ชั่น เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอายุ 30+ ที่แตกต่างกัน โดยตัดต่อในแบบยาวนำเสนอเนื้อหาที่เน้นไปที่เหตุผลความจำเป็นของการมีประกันคุ้มครองสุขภาพ สำหรับเผยแพร่ช่องทางออนไลน์เพื่อจับกลุ่มคนอายุ 30-40 ปี และตัดต่อในแบบสั้นที่เน้นไปที่ผลิตภัณฑ์คุ้มครองที่ให้ความคุ้มครองสูงสุดตั้งแต่ 3-15 ล้านบาท เพื่อออกอากาศทางโทรทัศน์ สำหรับกลุ่มเป้าหมาย 40+ โดยทุ่มงบประมาณในแคมเปญนี้ทั้งหมด 80 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะช่วยดันยอดสุขภาพ ปลดล็อค อัลตร้า สร้างเบี้ยประกันภัยรับปีแรกที่ 420 ล้านบาท ภายใน 12 เดือนหลังจากเปิดตัว พร้อมเติบโตพอร์ทธุรกิจประกันสุขภาพ 10%

ประกันสุขภาพ ปลดล็อค อัลตร้า” เป็นแบบประกันสุขภาพที่ให้สิทธิประโยชน์แก่ลูกค้ามากกว่าเดิม โดยลูกค้าจะได้รับความคุ้มครองเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 15 ล้านบาทต่อปี พร้อมให้ความคุ้มครองนานถึงอายุ 90 ปี มีทั้งหมด 4 แผน ประกอบด้วยจำนวนเงินเอาประกันภัย 3 ล้าน 6 ล้าน 10 ล้านและ 15 ล้านบาท สมัครได้ตั้งแต่อายุ 1 เดือน 1 วัน ถึง 70 ปี (ต่อสัญญาได้ถึงอายุ 89 ปี คุ้มครองถึงอายุ 90 ปี)โดยเป็นสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น ไม่เพียงแต่ให้สิทธิการเบิกจ่ายตามจริง เมื่อต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล อาทิ ค่าผ่าตัด ค่าเครื่องมือแพทย์ ค่าวางยาสลบ ค่ารถพยาบาล และความคุ้มครองผู้ป่วยนอก เช่น กรณีอุบัติเหตุที่รักษาภายใน 24 ชั่วโมง รวมถึงการผ่าตัดเล็กที่ไม่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล แต่ยังเพิ่มความพิเศษด้วยการปลดล็อคค่าล้างไต ค่าเคมีบำบัด ค่ารังสีบำบัด และค่ารักษาพยาบาลกรณีต้องเข้ารับการรักษาในห้องผู้ป่วยวิกฤติ (ICU) รวมทั้งกรณีที่ตรวจพบว่าติดเชื้อ COVID-19 และไวรัสอื่นๆ โดยจ่ายตามจริงภายใต้วงเงินคุ้มครองตามแผนที่ลูกค้าเลือก”

สถานการณ์โควิด 19 ที่เพิ่งผ่านไป ถือเป็นสถานการณ์ที่ทำให้หลายคนตระหนักถึงความเสี่ยงของโรคร้ายที่จะเกิดขึ้นกับใครก็ได้ จึงเป็นโอกาสดีที่โฆษณาชุดนี้จะช่วยกระตุ้นและตอกย้ำถึงความจำเป็นของการมีประกันคุ้มครองสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์ “สุขภาพ ปลดล็อค อัลตร้า” ของอลิอันซ์ อยุธยา ที่มีความทันสมัย ทันเหตุการณ์ มีความคุ้มค่าคุ้มราคา และสามารถเป็นหลักประกันสร้างความอุ่นใจ เพราะโรคมันไม่เลือก เราจึงต้องพร้อมให้มากพอ” นางสาวพัชรา กล่าวทิ้งท้าย


Let's block ads! (Why?)



"สุขภาพ" - Google News
September 16, 2020 at 10:27AM
https://ift.tt/2Rwl42g

อลิอันซ์ อยุธยา ตอกย้ำผู้นำความคุ้มครองสุขภาพ เปิดตัวแคมเปญโฆษณา - อาร์วายที9
"สุขภาพ" - Google News
https://ift.tt/2TYvbic

Monday, September 14, 2020

8 วิธีกิน "อาหารคลีน" ให้ถูกหลัก ดีต่อสุขภาพ-ลดน้ำหนักได้อย่างแท้จริง - Sanook

seserpeer.blogspot.com

แนะคนรักสุขภาพ กินอาหารอาหารคลีนให้ถูกหลัก ไม่ผ่านการปรุงแต่งหรือปรุงแต่งให้น้อยที่สุด และควรเลือกกินอาหารให้ครบ 5 กลุ่ม ในปริมาณที่เหมาะสมเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

นายแพทย์สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การกินอาหารคลีนเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักและคนที่รักสุขภาพ โดยอาหารคลีนนั้นเป็นอาหารที่มาจากธรรมชาติ ลดการปรุงแต่ง หรือปรุงแต่งให้น้อยที่สุด ไม่ใส่สารเจือสี หรือสารปรุงแต่ง ไม่ผ่านกระบวนการหมักดองหรือปรุงรสมากจนเกินไป เช่น เค็มจัด หวานจัด หรือ มันจัด โดยปรุงแต่งอาหารอย่างถูกต้องเหมาะสมเน้นวัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น สุกพอดี ไม่ใส่เครื่องปรุงมากเกินไป และกินอาหารให้ครบ 5 กลุ่ม ในปริมาณที่เหมาะสมเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ไม่ใช่การเน้นกินผักแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

การเลือกกินอาหารคลีนที่ถูกวิธี ควรปฏิบัติดังนี้

  1. จัดอาหารให้มีความสมดุล แบ่งอาหารออกเป็นมื้อย่อยๆ เพื่อกระตุ้นการเผาผลาญ
  2. กินอาหารเช้าทุกวัน หลังจากตื่นนอน 1 ชั่วโมง
  3. เลือกกินเนื้อสัตว์ชนิดไม่ติดมัน เช่น เนื้อปลา เนื้อไก่ ไข่ หรือพืชตระกูลถั่ว และอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ธัญพืชไม่ขัดสี ขนมปังโฮลวีท ในทุกมื้อ
  4. กินอาหารที่มีไขมันดีทุกวัน เช่น ถั่ว อะโวคาโด น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันสุขภาพชนิดอื่นๆ
  5. เลือกอาหารที่มีกากใยสูง วิตามิน และแร่ธาตุ จากผักสดและผลไม้
  6. ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอวันละ 2-3 ลิตร
  7. หลีกเลี่ยงอาหาร แปรรูปต่างๆ เช่น น้ำตาล ขนมปังขาว เส้นพาสต้า เป็นต้น
  8. งดเครื่องดื่มที่มีรสหวาน หรือน้ำอัดลม และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด

หากเรากินอาหารคลีนควบคู่กับการออกกำลังกาย จะทำให้น้ำหนักลดลงได้ และยังช่วยในการลดไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ในร่างกายได้เป็นอย่างดี ซึ่งจัดเป็นวิธีลดน้ำหนักที่ดีโดยไม่ทำลายสุขภาพ

Let's block ads! (Why?)



"สุขภาพ" - Google News
September 15, 2020 at 06:00AM
https://ift.tt/3irp7ZD

8 วิธีกิน "อาหารคลีน" ให้ถูกหลัก ดีต่อสุขภาพ-ลดน้ำหนักได้อย่างแท้จริง - Sanook
"สุขภาพ" - Google News
https://ift.tt/2TYvbic

เผยเคล็ดลับความสำเร็จ “TALON”รองเท้าเพื่อสุขภาพ แบรนด์คนไทยที่ต่อยอดธุรกิจมาจากโรงงาน OEM - Positioning Magazine

seserpeer.blogspot.com

เบื้องหลังความสำเร็จของรองเท้า “TALON” แบรนด์คนไทย เริ่มต้นธุรกิจจากการเป็นโรงงานผลิต OEM ให้กับแบรนด์ที่มีชื่อเสียง ทั้งในและต่างประเทศมากว่า 43 ปี โดยย้อนไปในปี 2538 เริ่มผลิตรองเท้าเพื่อสุขภาพให้กับลูกค้าในประเทศเยอรมนี ญี่ปุ่น และอิตาลี ในรุ่นของคุณพ่อวันชัย และคุณแม่รัตนา เตชะสมบูรณากิจ ถือว่ามีชื่อเสียงในด้านการผลิต ด้วยการออกแบบรองเท้าที่สวมใส่ง่าย แถมยังสวยงาม และช่วยแก้ปัญหาเรื่องเท้าได้เป็นอย่างดี จนกระทั่งธุรกิจต่อยอดเรื่อยมาและในปี 2554 โรงพยาบาลชั้นนำในไทยเลือกไว้วางใจให้โรงงานตัดรองเท้าสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน และนั่นจึงเป็นที่มาของแบรนด์ “TALON” รองเท้าสุขภาพแนวรักษา ไม่ใช่แค่รองเท้าสวมสบาย เหมือนรองเท้าเพื่อสุขภาพทั่วไปในตลาด

ภายใต้การนำโดยคุณพรศักดิ์ เตชะสมบูรณากิจ ผู้สืบทอดกิจการของครอบครัวในโลกที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทและกลายเป็นกลยุทธ์ในการขายออนไลน์ของรองเท้าเพื่อสุขภาพTALONผ่านแพลตฟอร์ม Social ทั้งไลน์ และFacebook จนเป็นที่รู้จักในบทบาทของการเป็น Foot Specialistและธุรกิจมีอัตราการเติบโตในระดับก้าวหน้าต่อยอดด้วยการเปิดคลินิกสุขภาพเท้าพระราม 2 (Foot Clinic) เจ้าแรกในประเทศไทยที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเท้าจากประเทศออสเตรเลียคอยให้คำปรึกษากับลูกค้าที่มาซื้อรองเท้าเราตัดรองเท้าและแผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคลให้กับคนที่มีปัญหาอาทิเช่น ช่วงขาสั้นยาวไม่เท่ากัน เท้าเล็กใหญ่เท้าแบน รองช้ำ เท้าอูมบวม กระดูกเท้าคด ใส่รองเท้าแบบปกติไม่ได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวาน ที่จำเป็นต้องตรวจหลอดเลือดเชิงลึกเพื่อป้องกันการโดนตัดเท้า ซึ่งคนไข้ส่วนใหญ่เลือกมาใช้บริการที่คลินิกสุขภาพเท้าพระราม 2 ตั้งอยู่เลขที่ 247 ถนนบางขุนเทียน แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม.

นายพรศักดิ์ เตชะสมบูรณากิจ กรรมการบริหารฝ่ายการตลาดรองเท้าสุขภาพแบรนด์ Talon บริษัท ฟุต คลีนิค จำกัด กล่าวว่า  “เราไม่ได้ต้องการขายรองเท้าแต่เราต้องการช่วยแก้ปัญหาสุขภาพเท้าให้คนไทยแบบครบวงจรเรามีTechnology เป็นเครื่องตรวจที่ได้มาตรฐานระดับโลก มี Specialist เป็นคุณหมอเฉพาะทางเกี่ยวกับเท้า มีDesigner เป็นช่างตัดรองเท้า เพื่อให้คนไทยได้รองเท้าที่ดีสวยและช่วยได้จริง ซึ่งแม้แต่โรงพยาบาลชั้นนำยังไม่สามารถทำได้ เพราะเขาตัดรองเท้าไม่ได้โดยลูกค้าของเรามีทั้งผู้สูงอายุเด็กเท้าที่มีลักษณะแบนกระดูกโปนรองช้ำนักกีฬาโดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเท้าจากโรค เช่น โรคเบาหวาน ซึ่งต้องมีรองเท้าชนิดพิเศษเพื่อป้องกันการตัดเท้า และปัญหาเรื่องเท้าอื่นๆ เป็นการเฉพาะ”

คลินิกสุขภาพเท้าพระราม 2 เปิดดำเนินการมาได้ 1 ปีกว่าแล้ว โดยตัดรองเท้าให้กับคนไข้ของโรงพยาบาลต่างๆ ที่แพทย์ได้ทำการวิเคราะห์ปัญหาให้กับคนไข้ แต่ไม่สามารถตัดรองเท้าและแผ่นรองให้กับคนไข้เฉพาะรายได้ และเมื่อบอกให้คนไข้ไปซื้อรองเท้าที่เหมาะสม คนไข้ก็จะงงว่าต้องไปซื้อที่ไหน หรือ รองเท้าที่เหมาะสมนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร การเปิดคลินิกเท้า จึงเป็นการตอบโจทย์ในการช่วยแก้ปัญหาสุขภาพเท้าให้คนไทยแบบครบวงจร (One Stop Shopping) นอกจากนี้ยังมีสาขาที่สามารถสั่งตัดรองเท้าได้ที่ไอคอนสยาม ,โรงพยาบาลเทพธารินทร์ และจะทยอยเปิดตามห้าง Centralที่มีแผนก Elderlyส่วน สาขาที่โรงพยาบาลกรุงเทพ และ โรงพยาบาลสมิติเวช จะขายเฉพาะรองเท้าสุขภาพนำเข้า Rebecca Lim’s by TALON

“คนไทยมีปัญหาสุขภาพเท้ามากแต่ไม่รู้ที่ไหนที่ช่วยได้จริง เพราะใคร ๆ ก็บอกว่าตัวเองเป็นรองเท้าสุขภาพที่ดี แต่ไม่มีใครกล้าพูดว่าช่วยได้จริงเหมือน TALON เพราะไม่มีหมอเท้า ไม่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย พอเราลงบทความสุขภาพเท้า ใน www.รองเท้าสุขภาพ.comและโปรโมทคลินิกสุขภาพเท้าพระราม 2 ไปทางออนไลน์คนก็ให้ความสนใจจองคิวตรวจเท้ากับคุณหมอ เต็มเกือบทุกเสาร์ ต้องจองล่วงหน้า เป็นเดือน”นายพรศักดิ์ กล่าว

คุณหมอสิทธิ์พงษ์ (หมอเฟริส) มีภักดี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเท้าจากประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่าคลินิกสุขภาพเท้าพระราม 2จะเน้นเรื่องศาสตร์ทางเท้าเพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ลักษณะการเดิน การดูแลเท้าของคนไข้ หรือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับเท้าไม่ให้มีอาการที่แย่ไปมากกว่าเดิม เช่น กลุ่มเท้าแบน กลุ่มคนไข้กระดูกโปน กลุ่มนักกีฬา เล่นกีฬาบ่อยร้องเท้าควรเป็นแบบไหน และผู้ที่มีปัญหารองช้ำ มีอาการเจ็บหน้าเท้า เพื่อลดอาการบาดเจ็บที่เท้า

โดยหมอจะตรวจและรักษาอาการทั่วไปตามหลักทางการแพทย์ มีการซักประวัติ สอบถามข้อมูล พฤติกรรมการเดิน มีการตรวจสอบเชิงลึกไปถึงManual Medical Skillลักษณะทางกายภาพเท้าที่เกิดขึ้น (Pathology)รวมถึงในเรื่องของ ชีวกลศาสตร์ทางเท้า (Bio Mechanic)ลักษณะของการวินิจฉัยแบบใหม่ที่แพทย์เฉพาะทางเท้าเป็นผู้เชื่ยวชาญ และนอกจากดูลักษณะVisualizeแล้วยังต้องดูจาก Medial Technic โดยทางคลินิกมีเครื่องตรวจวัดเท้าด้วยFoot Pressure Sensor ซึ่งเป็นเครื่องวัดแรงกดเท้าจากการเดิน ที่ได้มาตรฐานจากประเทศอิตาลี เพื่อตัดแผ่นรองเฉพาะบุคคล และเครื่องสแกน 3 มิติ (3D Scanner) ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าวิธีการหล่อเท้าด้วยปูนที่ล้าสมัยและประสิทธิภาพด้อยกว่ามาก

“คนไทยที่ไปเรียนด้านเท้าที่ออสเตรเลียส่วนใหญ่เมื่อจบการศึกษาก็จะตัดสินใจอยู่ที่นั่นเลยอาจจะเป็นเพราะว่าประเทศไทยยังไม่เห็นความสำคัญเรื่องของเท้าทั้งๆ ที่หากมองในเรื่องของการตลาด ก็ยังมีแนวโน้มไปในทางที่ดีอยู่ ซึ่งการที่ได้มาประจำที่คลินิกสุขภาพเท้าพระราม 2 จึงทำให้เห็นผลตอบรับที่คุ้มค่า ทั้งจากคนไข้และผู้มาใช้บริการทั่วไป สามารถเห็นได้ชัดเจนเลยว่า คนไข้ให้ความสำคัญกับเท้ามากขึ้น จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ผมตัดสินใจกลับมาเมืองไทย เพื่อมาดูแลคนไข้ที่มีปัญหาเรื่องเท้าให้สามารถมีรองเท้าที่เหมาะสมกับเท้าของตัวเอง ช่วยให้คนไข้ได้ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข” หมอเฟริส กล่าวทิ้งท้าย

Let's block ads! (Why?)



"สุขภาพ" - Google News
September 15, 2020 at 07:43AM
https://ift.tt/3iwTs9c

เผยเคล็ดลับความสำเร็จ “TALON”รองเท้าเพื่อสุขภาพ แบรนด์คนไทยที่ต่อยอดธุรกิจมาจากโรงงาน OEM - Positioning Magazine
"สุขภาพ" - Google News
https://ift.tt/2TYvbic